ชายสูงวัย 2 คนพาตัวเองออกมาจากงานซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มูลนิธิกระจกเงา ในนามทีม "ช้าการข่าง"
.
ชายทั้ง 2 รอวันน้ำลด เพื่อที่ตัวเองจะออกมาช่วยเหลือบ้านช่องที่เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และปั๊มน้ำ
.
พวกเขากำหนดพื้นที่ลงเช็กและซ่อมแซม ในที่หมู่น้านหนึ่งแถวร่มเกล้า บางวันได้อาสามาช่วยประมาณ 2-3 คน
.
บางวันทั้ง 2 ก็ลุยเดี่ยวลงไป ภายใน 3 วันซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าดังว่าไปแล้ว 50 หลังคาเรือน
.
แต่ก็ต้องเบรคตัวเลขไว้ที่เท่านี้ก่อน ด้วยประเมินแล้วว่า มากไปกว่านี้ พวกแกจะไม่ไหว และ มากไปการช่วยก็จะไม่ได้คุณภาพที่ดีพอ
.
“มันเหนื่อยกว่าทำงานที่ออฟฟิศหน่อยแหละ แต่ก็รู้สึกดี รู้สึกภูมิใจที่ได้มาช่วย จริง ๆ ผมก็คนเปราะบางนะ แต่อาศัยอยู่ในพื้นที่สูงกว่าหน่อย แต่ก็ท่วมเหมือนกันบนถนน หาของกินลำบากมาก 2 วัน แต่ที่นี้ท่วมนานกว่าหนักกว่าเราเยอะ เรามีความรู้ทักษะช่างอยู่ ก็ออกมาใช้มันให้เกิดประโยชน์”
.
ชายชราวัย 67 ให้ปากคำอย่างยิ้มแย้ม
.
“ชีวิตที่เหลืออยู่แค่นี้แล้ว มีกำลังที่จะทำอะไรได้ก็ทำ มันก็คือความจริงของสังคม เราจะปฏิเสธไม่ได้แม้เราจะไม่อยู่ในสภาพแบบนั้น เราเต็มใจที่จะทำในสายงานที่เรามีความรู้ ผมเจอคนหลากหลายตลอดชีวิตการทำงาน ทำให้เข้าใจเรื่องแบบนี้ได้ไม่ยาก”
.
ชายชราวัย 60 ปีให้ปากคำแบบขึงขัง
.
ระหว่างเดินร่วมทางไปกับช่างชราทั้งสอง เราเอ่ยปากเช็กความเหนื่อยอ่อนของพวกแก แต่ 1 ในนั้นบอกกับเราว่า
.
“เดินในหมู่บ้านแค่ไม่กี่ซอยไม่เป็นไรหรอก เราเหนื่อยแต่ก็เหนื่อยไม่กี่วัน คนที่เขาน้ำท่วมลำบากกว่าเราเยอะ“
.
เราค้อมคาระวะให้กับช่างชราทั้งสองคน