แก้น้ำน่านทั้งระบบ จากต้นน้ำถึงปลายน้ำ : ลุยโมเดล “ดินแลกน้ำ” ทำทันทีไม่ต้องรองบฯ
ลงพื้นที่ จ.น่าน รอบนี้ ภารกิจสุดท้ายแต่สำคัญที่สุดของวัน คือการลงพื้นที่กับท่านผู้ว่าฯ ชัยนรงค์ และทีมท้องถิ่นที่ อ.ปัว เพื่อเคาะแผนปฏิบัติการแก้ปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้งของน่านทั้งระบบ 8 ด้านครับ
ปัญหาของน่านคือ หน้าฝนน้ำท่วมซ้ำซากเพราะลำน้ำตื้นเขิน แต่หน้าแล้งกลับไม่มีน้ำใช้ การแก้แบบจุดต่อจุดไม่พออีกต่อไป เราต้องลงมือทำทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยแบ่งเป็นงานที่ลุยทำทันที กับงานโครงสร้างระยะยาว
1. ทะลวงทางน้ำเร่งด่วนด้วยโมเดล “ดินแลกน้ำ” ไม่ต้องรองบประมาณ
ควบคู่กับงบรัฐที่กำลังขุดลอกลำน้ำสาขา 5 สาย (กูน ขว้าง ปัว ย่าง มวบ) ระยะทาง 8 กม. และเตรียมขุดลอกแม่น้ำน่านอีก 18 จุด ระยะทาง 14 กม. เราได้นำโมเดล “ดินแลกน้ำ” ที่ต่อยอดจากฝายแก้วโมเดลมาใช้ ให้ผู้รับเหมาเข้ามาขุดลอกได้ทันทีโดยรับดินทรายที่ขุดได้เป็นค่าตอบแทนแทนการใช้งบแผ่นดิน ตอนนี้ท้องถิ่น 8 แห่งเริ่มทำแล้ว และผมได้เร่งให้ขยายผลไปยังลำน้ำสาขาอื่นทันทีภายใต้การกำกับดูแลที่โปร่งใส
2. เตือนภัยผ่านมือถือ และกู้ภัยระบบ Single Command
เราเพิ่มสถานีโทรมาตรวัดระดับน้ำและน้ำฝน เชื่อมตรงเข้าระบบแจ้งเตือนภัยผ่านมือถือ (Cell Broadcast) และหอเตือนภัย เพื่อให้ชาวบ้านรู้ตัวและอพยพได้ทันเวลา พร้อมเสริมเจ็ตสกี รถดูดโคลน และอุปกรณ์กู้ภัย โดยใช้ระบบบัญชาการจุดเดียว (Single Command) ตั้งเป้าฟื้นฟูบ้านเรือน ถนน ไฟฟ้า ประปา และเยียวยาชาวบ้านให้จบภายใน 1-2 สัปดาห์หลังน้ำลด
3. ป้องกันจุดยุทธศาสตร์และเขตเศรษฐกิจ
โรงพยาบาลน่านต้องเปิดรักษาผู้ป่วยได้แม้ในยามวิกฤต ตอนนี้ทางจังหวัดออกแบบแผ่นอะลูมิเนียมกั้นน้ำรอบโรงพยาบาล สูง 2 เมตร ยาว 1,300 เมตร (งบ 69 ล้านบาท) ผมกำลังเร่งประสานงบจากกระทรวงสาธารณสุขให้ครับ พร้อมทั้งเตรียมสร้างคันป้องกันน้ำท่วมเมืองน่าน ระยะที่ 4 ที่ ต.ฝายแก้ว (งบ 250 ล้านบาท) เพื่อปกป้องเขตชุมชนและพื้นที่เศรษฐกิจ
4. ลุยศึกษา “แม่น้ำน่านสาย 2” และเพิ่มน้ำสำรอง 200 ล้าน ลบ.ม.
สำหรับระยะยาว เรากำลังศึกษาการขุดแม่น้ำน่านสาย 2 (Flood Diversion) ช่วงเมืองน่าน 25 กม. และเวียงสา 24 กม. เพื่อผันมวลน้ำก้อนใหญ่ออกนอกเมืองไม่ให้ผ่ากลางชุมชน ขณะเดียวกันก็ตั้งเป้าเก็บน้ำไว้ใช้หน้าแล้งเพิ่มอีก 200 ล้าน ลบ.ม. ผ่านการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำเดิม ต่อยอดโครงการพระราชดำริ และสร้างฝายชะลอน้ำต้นน้ำให้ครบ 14,600 ฝาย
ก่อนหน้า ผมได้แวะไปที่บ้านเฮี้ย ต.ศิลาแลง อ.ปัว เพื่อติดตามการสร้างบ้านหลังใหม่ให้ “ป้ากาหลง” ที่บ้านถูกน้ำป่าซัดพังทั้งหลังเมื่อเดือนสิงหาคม ซึ่งผมเคยลงพื้นที่มารับปากป้าไว้ว่าจะดูแลให้ครับ
วันนี้เดินเข้าไปดูหน้างาน โครงสร้างบ้านใหม่กำลังขึ้นรูปอย่างแข็งแรง ทางพื้นที่ได้อนุมัติเงินเยียวยาเบื้องต้น สมทบกับงบกลาง เพื่อสร้างบ้านใหม่ทั้งหลังให้ป้ากาหลง รวมถึงเร่งซ่อมสร้างบ้านพี่น้องใน อ.ภูเพียง และ อ.ท่าวังผา อีก 14 ครัวเรือนให้กลับมาปลอดภัยทั้งหมด
จากบ้านป้ากาหลง เราไปตรวจความพร้อมที่วัดภูเก็ต และไปให้กำลังใจผู้ประกอบการเครื่องเงินที่ Doi Silver ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพื่อช่วยกันฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวและธุรกิจท้องถิ่นให้พร้อมรับนักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่นที่กำลังจะมาถึง
ส่วนเมื่อช่วงเช้า ผมเริ่มต้นที่ “ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร” ศาลากลางจังหวัดหลังเก่าที่บูรณะใหม่เป็นพื้นที่เรียนรู้ของเมืองน่าน เพื่อพูดคุยกับคุณบัณฑูร ล่ำซำ และทีมมูลนิธิรักษ์ป่าน่านฯ ครับ
เราได้หารือการนำงานวิจัยและเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมมาใช้ติดตามและวิเคราะห์สาเหตุการบุกรุกป่าต้นน้ำแบบรายตำบล พร้อมทั้งใช้องค์ความรู้ทั้งวิทยาศาสตร์และเศรษฐศาสตร์มาช่วยชาวบ้านพัฒนาพืชผลและขายผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนควบคู่กับการรักษาป่าต้นน้ำ
ทั้งหมดนี้คือการเชื่อมงานตั้งแต่การดูแลป่าต้นน้ำ การจัดการน้ำทั้งระบบ ไปจนถึงการฟื้นฟูบ้านเรือนและเศรษฐกิจปากท้องของคนน่าน อะไรที่ทำได้ทันทีเราเดินหน้าลุยแล้ว ส่วนโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้งบและการอนุมัติจากส่วนกลาง จะเร่งประสานทุกหน่วยงานเพื่อผลักดันให้เกิดผลจริงโดยเร็วที่สุดครับ