ธุรกิจที่ดี อาจไม่ได้เริ่มต้นจากการมี AI ที่ล้ำที่สุด แต่เริ่มจากการมองเห็นช่องว่างทางธุรกิจ มองเห็น Pain Point ที่ยังไม่มีใครแก้ได้ดีพอ แล้วนำ AI เข้ามาสร้าง Business Solution ให้กับปัญหาเหล่านั้น เช่นเดียวกับที่ 8 Startup ในโครงการ Zero to 1 Accelerator งาน Bangkok Demo Day 2026 แสดงให้เห็นผ่าน Business Solution ที่นำเสนอจริงบนเวที SCBX Next Stage
@SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 69 ที่ผ่านมา
มาดูกันว่า ทั้ง 8 Startup มองเห็นปัญหาอะไร และเปลี่ยน Pain Point เหล่านั้นให้กลายเป็น AI-Powered Business ได้อย่างไร
1. Berrys - แพลตฟอร์ม AI Creative สำหรับแบรนด์และธุรกิจ E-commerce
จากประสบการณ์ทำ Branding Agency กว่า 8 ปี ทีมพบว่าแม้แบรนด์จะมี Brand Guideline ชัดเจน แต่เมื่อผลิตคอนเทนต์ผ่านดีไซเนอร์หรือฟรีแลนซ์หลายคน กลับเกิดปัญหาการตีความแบรนด์ที่แตกต่างกัน ทำให้ Content และ Brand Identity ไม่สม่ำเสมอ Berrys จึงนำ AI มาสร้าง “Brand Memory ที่เก็บข้อมูลและ Identity ของแบรนด์ไว้ในระบบ” เพื่อนำไปสร้าง Ads, Catalogue, Lifestyle Visual และ Short-form Video ให้คอนเทนต์ยังคงความเป็นแบรนด์ได้อย่างสม่ำเสมอ
2. Swashi - แพลตฟอร์ม AI Agents สำหรับงาน Marketing Agency
Swashi แก้ Pain Point ของ SMEs ที่มักจะไม่มีทีมมาร์เก็ตติ้งเป็นของตนเอง ไม่มีเวลา และมีงบไม่เพียงพอสำหรับจ้าง Agency ทำการตลาด จนทำให้การเติบโตหยุดชะงัก Swashi จึงสร้างทีม “AI Agents 24 ตัว ที่ช่วยวางแผน ผลิต และเผยแพร่คอนเทนต์” รวมถึงสร้างแคมเปญ / หา Leads (ว่าที่ลูกค้า) และ Automate งานได้ผ่านระบบเดียว ทำมาร์เก็ตติ้งได้โดยไม่ต้องเพิ่มคนในทุกขั้นตอน
3. SalesMind AI - แพลตฟอร์มที่ช่วยทีมเซลล์หาลูกค้าและปิดการขายง่ายขึ้น
หลายธุรกิจไม่ได้เสียดีลเพราะโปรดักส์ไม่ดี แต่เพราะ Leads ที่มีโอกาสซื้อ ถูกปล่อยให้หมดความสนใจจากการ Follow-up ที่ไม่ต่อเนื่อง SalesMind AI จึง “นำ AI มาช่วยวิเคราะห์และจัดลำดับ Leads ตาม Sales Funnel” เพื่อให้ทีมเซลล์รู้ว่าควรติดตามใครก่อน และลดโอกาสพลาดลูกค้าที่มีโอกาสปิดการขายไป
ธุรกิจที่ดี อาจไม่ได้เริ่มต้นจากการมี AI ที่ล้ำที่สุด แต่เริ่มจากการมองเห็นช่องว่างทางธุรกิจ มองเห็น Pain Point ที่ยังไม่มีใครแก้ได้ดีพอ แล้วนำ AI เข้ามาสร้าง Business Solution ให้กับปัญหาเหล่านั้น เช่นเดียวกับที่ 8 Startup ในโครงการ Zero to 1 Accelerator งาน Bangkok Demo Day 2026 แสดงให้เห็นผ่าน Business Solution ที่นำเสนอจริงบนเวที SCBX Next Stage
@SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 69 ที่ผ่านมา
มาดูกันว่า ทั้ง 8 Startup มองเห็นปัญหาอะไร และเปลี่ยน Pain Point เหล่านั้นให้กลายเป็น AI-Powered Business ได้อย่างไร
1. Berrys - แพลตฟอร์ม AI Creative สำหรับแบรนด์และธุรกิจ E-commerce
จากประสบการณ์ทำ Branding Agency กว่า 8 ปี ทีมพบว่าแม้แบรนด์จะมี Brand Guideline ชัดเจน แต่เมื่อผลิตคอนเทนต์ผ่านดีไซเนอร์หรือฟรีแลนซ์หลายคน กลับเกิดปัญหาการตีความแบรนด์ที่แตกต่างกัน ทำให้ Content และ Brand Identity ไม่สม่ำเสมอ Berrys จึงนำ AI มาสร้าง “Brand Memory ที่เก็บข้อมูลและ Identity ของแบรนด์ไว้ในระบบ” เพื่อนำไปสร้าง Ads, Catalogue, Lifestyle Visual และ Short-form Video ให้คอนเทนต์ยังคงความเป็นแบรนด์ได้อย่างสม่ำเสมอ
2. Swashi - แพลตฟอร์ม AI Agents สำหรับงาน Marketing Agency
Swashi แก้ Pain Point ของ SMEs ที่มักจะไม่มีทีมมาร์เก็ตติ้งเป็นของตนเอง ไม่มีเวลา และมีงบไม่เพียงพอสำหรับจ้าง Agency ทำการตลาด จนทำให้การเติบโตหยุดชะงัก Swashi จึงสร้างทีม “AI Agents 24 ตัว ที่ช่วยวางแผน ผลิต และเผยแพร่คอนเทนต์” รวมถึงสร้างแคมเปญ / หา Leads (ว่าที่ลูกค้า) และ Automate งานได้ผ่านระบบเดียว ทำมาร์เก็ตติ้งได้โดยไม่ต้องเพิ่มคนในทุกขั้นตอน
3. SalesMind AI - แพลตฟอร์มที่ช่วยทีมเซลล์หาลูกค้าและปิดการขายง่ายขึ้น
หลายธุรกิจไม่ได้เสียดีลเพราะโปรดักส์ไม่ดี แต่เพราะ Leads ที่มีโอกาสซื้อ ถูกปล่อยให้หมดความสนใจจากการ Follow-up ที่ไม่ต่อเนื่อง SalesMind AI จึง “นำ AI มาช่วยวิเคราะห์และจัดลำดับ Leads ตาม Sales Funnel” เพื่อให้ทีมเซลล์รู้ว่าควรติดตามใครก่อน และลดโอกาสพลาดลูกค้าที่มีโอกาสปิดการขายไป
4. ShipD2D - แพลตฟอร์มโลจิสติกส์ที่ช่วยให้การขนส่งระหว่างประเทศง่ายขึ้น
จากประสบการณ์ด้าน Logistics กว่า 13 ปี ShipD2D พบ Pain Point ของการขนส่งแบบ LCL (Less-than-Container Load) โดยเฉพาะสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าที่มีกฎระเบียบ ซึ่งมีขั้นตอนด้านเอกสารและระเบียบศุลกากรที่ซับซ้อน จนบางบริษัทไม่สามารถใช้บริการจากตัวแทนขนส่งได้ครบตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ShipD2D จึง “นำ AI มาช่วยจัดการตั้งแต่การเสนอราคา การปฏิบัติตามกฎระเบียบและพิธีการศุลกากร ไปจนถึงการนำเข้าและส่งมอบสินค้า” โดยรวมข้อมูลไว้ในระบบเดียว ครอบคลุม 8 ประเทศ ช่วยให้การนำเข้าและส่งออกง่ายขึ้น ถูกต้อง และตรวจสอบได้
5. Sonar - แพลตฟอร์ม Audiobook ที่ใช้ AI ลดต้นทุนการผลิต
Sonar เข้ามาแก้ Pain Point 2 ด้านของตลาด Audiobook ทั้งคนทำงานที่มีเวลาจำกัดในการรับคอนเทนต์พัฒนาตนเอง และสำนักพิมพ์ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดแต่ติดข้อจำกัดด้านต้นทุนและระยะเวลาในการผลิต Sonar จึงพัฒนา “AI Production Engine ที่ช่วยลดต้นทุนการผลิต Audiobook ได้ถึง 90%” พร้อมใช้โมเดล Revenue Sharing ที่ช่วยให้สำนักพิมพ์นำผลงานเข้าสู่ตลาดได้โดยไม่ต้องมีต้นทุนการผลิตล่วงหน้า และช่วยให้ผู้ฟังเข้าถึงคอนเทนต์ Audiobook คุณภาพสูงได้ง่ายขึ้นในระยะเวลาจำกัด
6. Squadzy - แพลตฟอร์ม AI ที่ช่วยโรงเรียนจัดการกิจกรรมนอกหลักสูตร
ปัญหาที่ Squadzy พบในการจัดกิจกรรมนอกหลักสูตร คือ ข้อมูลกระจัดกระจาย เกิดการสื่อสารที่ตกหล่น และมีภาระงานด้าน Operations จำนวนมาก เนื่องจากหลายโรงเรียนยังใช้ WhatsApp, Email และ Spreadsheet ในการจัดตารางกิจกรรม จัดทีม และสื่อสารกับผู้ปกครองและนักเรียน Squadzy จึงนำ “AI Workflow Automation มาช่วยจัดการตารางกิจกรรม รายชื่อผู้เข้าร่วม และการสื่อสารไว้ในระบบเดียว” ลดภาระงานด้าน Operations และช่วยให้ครูและโค้ชมีเวลาโฟกัสกับการดูแลและพัฒนานักเรียนมากขึ้น
7. Cbility - แพลตฟอร์ม AI ที่เปลี่ยนข้อมูลผู้เข้าชมงานอีเวนต์ให้เป็น Business Insight
Cbility พบปัญหาของผู้จัดงานที่มักขาดข้อมูลสถิติที่นำไปใช้พัฒนาการจัดงาน โดยเฉพาะข้อมูลการใช้สเปซของผู้ชมงาน ทำให้การวาง Layout การจัดการสเปซ และการจัดทีมงาน ต้องอาศัยการคาดการณ์มากกว่าข้อมูลจริง จึงส่งผลให้ผู้เข้าร่วมงานมี User Experience ที่ไม่ดีและไม่ประทับใจในตัวงาน รวมถึงปัญหาการไม่มีข้อมูล Traffic คนเข้างาน ที่ช่วยซัพพอร์ตให้การตั้งราคาพื้นที่บูธและ Sponsorship ดูสมเหตุสมผลจนลูกค้ายอมซื้อได้ Cbility จึง “นำกล้องและ AI-powered Visual Intelligence มาวิเคราะห์ผู้เข้าชมแบบ Real-time พร้อมแสดงข้อมูล Headcount, Density Map, Dwell Time และ Demographics” ช่วยให้ผู้จัดงานมีข้อมูลจริงสำหรับบริหารงานและสร้างมูลค่าทางธุรกิจจากพื้นที่และ Sponsorship ได้
8. SOPet - แพลตฟอร์ม AI ด้านสัตวแพทย์และร้านขายยาออนไลน์สำหรับสัตว์เลี้ยง
SOPet พบว่า 78% ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงต้องการคำปรึกษาด้านสุขภาพแบบไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ยังพร้อมจ่ายสำหรับยาและการรักษา จึงนำ AI มาพัฒนาแพลตฟอร์มที่รวมบริการปรึกษาด้านสุขภาพและ E-pharmacy เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงเข้าถึงบริการได้สะดวกขึ้น
ปัจจุบัน SOPet มุ่งให้บริการเจ้าของสัตว์เลี้ยงอายุ 15–45 ปีในกรุงเทพฯ และสร้างยอดขายได้กว่า 3.7 ล้านบาทภายใน 7 เดือน สะท้อนให้เห็นถึงการนำเทคโนโลยีมาตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและต่อยอดเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้จริง
ทั้ง 8 Startup สะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างธุรกิจ แต่การเปลี่ยน Pain Point ให้กลายเป็น Business Solution โดยใช้ประโยชน์จาก AI คือหัวใจสำคัญในการสร้างธุรกิจ ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงการสร้างโปรดักส์ใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น แต่ยังตอบโจทย์ตลาดและสร้างมูลค่าได้จริง
แล้วพบกับกิจกรรมอื่น ๆ และอีเวนต์ที่น่าสนใจ ให้คุณได้มาเรียนรู้และรับความบันเทิง ได้ที่ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน
#SmarterBetterRicher #SCBXNextTech #FutureScape #SiamParagonSCBXNextTech #SCBXNextStage #AI #ArtificialIntelligence #Startup #BusinessModel #Innovation #TechTrend #BangkokDemoDay2026 #Zeroto1Accelerator