Youth media for local voices and social change | สื่อเยาวชนเพื่อชุมชนและสังคม | สนับสนุน/ติดต่องาน/ส่งบทความที่: contact.theunlock@gmail.com

Bangkok, Thailand
2 ปี The Unlock “จุฬาไม่ลงกลอน” 📣🔥 ก้าวสู่ปีที่ 3 อย่างมั่นคง ท่ามกลางความท้าทาย . เมื่อสองปีก่อน The Unlock เริ่มต้นขึ้นจากคำถามง่ายๆ ว่า ในพื้นที่มหาวิทยาลัยที่มีทั้งผู้บริหาร นิสิต บุคลากร และชุมชนอยู่ร่วมกัน เหตุใดเรื่องราวจำนวนมากจึงถูกเล่าผ่านเสียงของผู้มีอำนาจเพียงไม่กี่ฝ่าย ขณะที่เสียงของคนที่ได้รับผลกระทบกลับแทบไม่มีพื้นที่ให้พูด . เราเริ่มต้นจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและชุมชนสามย่าน ด้วยความเชื่อว่าสื่อไม่ควรมีหน้าที่เพียงบอกว่า “วันนี้เกิดอะไรขึ้น” แต่ต้องกล้าถามต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร ใครได้ประโยชน์ ใครได้รับผลกระทบ และใครยังไม่ได้รับโอกาสให้พูด . ตลอดสองปีที่ผ่านมา การทำหน้าที่เช่นนี้ไม่ได้ง่ายเสมอไป . The Unlock เคยถูกตั้งคำถามว่าทำไมจึงวิพากษ์มากเกินไป ถูกกล่าวหาว่าเอาแต่โจมตีมหาวิทยาลัย ถูกกดดันจากการนำเสนอข่าวบางประเด็น และหลายครั้งต้องทำงานท่ามกลางบรรยากาศที่การตั้งคำถามต่อผู้มีอำนาจยังถูกมองว่าเป็นปัญหา มากกว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบและความโปร่งใส . แต่หากสองปีที่ผ่านมาพิสูจน์อะไรได้สักอย่าง ก็คงเป็นว่า การตั้งคำถามไม่ได้ทำให้เราหายไป . ตรงกันข้าม The Unlock กลับเติบโตจากสื่อของนิสิตในจุฬาฯ ไปสู่การรายงานเรื่องราวของชุมชนรอบมหาวิทยาลัย และเริ่มขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และประเด็นของเยาวชนกับชุมชนในพื้นที่อื่นของประเทศ . เราได้เห็นว่านิสิตและเยาวชนไม่จำเป็นต้องรอให้ใครอนุญาตจึงจะสามารถสร้างสื่อของตัวเองได้ และคนในชุมชนไม่ควรต้องรอให้สื่อใหญ่เห็นว่าเรื่องของพวกเขา “สำคัญพอ” ก่อนจึงจะมีพื้นที่ในสังคม . สำหรับเรา The Unlock จึงคือการเปิดพื้นที่ เปิดบทสนทนา และเปิดโอกาสให้คนที่มักถูกทำให้เงียบ ได้มีอำนาจในการเล่าเรื่องของตัวเอง . วันนี้ The Unlock เดินทางครบ 2 ปี และกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 ในวันที่ความท้าทายของการทำสื่ออิสระไม่ได้ลดลง แต่พื้นที่ที่เราต้องการไปให้ถึงกลับกว้างขึ้นกว่าเดิม . เรายังอยากรายงานเรื่องที่ไม่มีใครรายงาน ยังอยากตั้งคำถามในวันที่คนอื่นเลือกเงียบ ยังอยากเปิดพื้นที่ให้เยาวชนและชุมชนสร้างสื่อของตัวเอง และยังอยากทำให้ The Unlock เติบโตไปได้ไกลกว่าขอบรั้วมหาวิทยาลัย . ทุกการสนับสนุนของท่าน นอกจากช่วยให้ The Unlock ไปต่อแล้ว ยังช่วยให้มีอีกหนึ่งเรื่องที่ถูกเล่า อีกหนึ่งคำถามที่ยังถูกถาม และอีกหนึ่งเสียงที่ไม่ถูกทำให้เงียบ . 2 Years of The Unlock. Still here. Still growing. Still unlocking. . 📍 สนับสนุน/ติดต่อโฆษณา โปรดส่งอีเมลไปที่ contact.theunlock@gmail.com 📧 . #TheUnlock
1
502
คนรุ่นใหม่ถอดบทเรียน ‘ควังจู’ ถึง 50 ปี 6 ตุลา ชี้ความทรงจำต้องนำไปสู่การลงมือทำ จี้มหาวิทยาลัย-รัฐเผชิญอดีต ประชาชนอย่ารอนักการเมืองพร้อม . วันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 13:45 น. ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการเสวนาหัวข้อ “จากควังจูถึง 50 ปี 6 ตุลา 19: ประสบการณ์จากการเข้าร่วมงานรำลึก 18 พ.ค. 2568 ที่ควังจู เกาหลีใต้” ถ่ายทอดบทเรียนจากการเดินทางศึกษาความทรงจำเหตุการณ์เรียกร้องประชาธิปไตย 18 พฤษภาคม ที่เมืองควังจู ประเทศเกาหลีใต้ และตั้งคำถามถึงสิ่งที่สังคมไทยควรทำหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ผ่านมาแล้วครึ่งศตวรรษ . การเสวนาดำเนินรายการโดย ผศ.เนตรนภา ขุมทอง อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยและพยาบาลเพื่อมวลชนในเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ร่วมด้วย นลินี นิโครธ นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พิชชานันท์ ศรีสวัสดิ์ และกฤตภาส เชษฐเจริญรัตน์ นิสิตเก่าคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งเคยเดินทางเข้าร่วมโครงการศึกษาความทรงจำที่ควังจูร่วมกัน . นลินี นิโครธ กล่าวว่า บทเรียนสำคัญจากควังจูคือ การป้องกันไม่ให้ความรุนแรงทางการเมืองเกิดซ้ำ จำเป็นต้องทำให้ความทรงจำของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมีที่ทางอยู่ในสังคม โดยเฉพาะภายในมหาวิทยาลัย . ที่ควังจู ความทรงจำไม่ได้ถูกจำกัดไว้เพียงพิธีรำลึกหรืออนุสรณ์ของผู้เสียชีวิต แต่เชื่อมโยงอยู่กับชีวิตประจำวันของเมือง ตั้งแต่พิพิธภัณฑ์ สถานที่ทางประวัติศาสตร์ รถเมล์สาย 518 ไปจนถึง “เส้นทางแห่งความยุติธรรม” ภายในมหาวิทยาลัยช็อนนัม ซึ่งบอกเล่าการต่อสู้ของนักศึกษา อาจารย์ ในแต่ละช่วงเวลา . นลินีจึงตั้งคำถามกลับมายังประเทศไทยว่า เมื่อเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ผ่านมาแล้ว 50 ปี เหตุใดความทรงจำเหล่านี้จึงยังแทบไม่มีพื้นที่อย่างเป็นทางการในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ทั้งที่นักศึกษาจากหลายสถาบันเคยเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้และความสูญเสียครั้งนั้น . เธอเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยเลิกมองกิจกรรมทางการเมืองของนักศึกษาเป็นสิ่งที่ต้องควบคุมหรือปิดกั้นภายใต้คำว่า “ความเป็นกลาง” และเปิดพื้นที่ให้นิสิตนักศึกษาสามารถตั้งคำถามต่อสังคมและมีส่วนร่วมกับปัญหาสาธารณะ พร้อมเสนอให้มหาวิทยาลัยเริ่มค้นหา เปิดเผย และสร้างพื้นที่ความทรงจำของตนเอง ตั้งแต่ 6 ตุลาฯ พฤษภา 2535 การต่อต้านรัฐประหาร การเรียกร้องความยุติธรรมให้คนเสื้อแดง ไปจนถึงการเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ . สำหรับนลินี การรำลึกจึงไม่ควรจบลงที่การมองย้อนกลับไปยังอดีต แต่ต้องทำให้คนรุ่นหลังรู้ว่า ครั้งหนึ่งเคยมีนักศึกษาที่ออกจากห้องเรียนเพื่อรับผิดชอบต่อสังคม และมหาวิทยาลัยมีหน้าที่ทำให้พื้นที่เช่นนั้นยังเกิดขึ้นได้ในปัจจุบัน . พิชชานันท์ ศรีสวัสดิ์ กล่าวว่า การรำลึกถึง 6 ตุลาฯ ที่มีความหมายในวันนี้ คือการที่ประชาชน โดยเฉพาะนักศึกษา เข้าไปมีส่วนร่วมกับขบวนการแรงงานและขบวนการทางสังคม เพราะการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไม่ได้เกิดขึ้นจากสถาบันการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากพลังและการเสียสละของประชาชนส่วนใหญ่ในสังคม . พิชชานันท์ยกบทเรียนจากเกาหลีใต้ ซึ่งขบวนการแรงงานมีบทบาทสำคัญต่อการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การประท้วงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นธรรม การนัดหยุดงาน และการต่อสู้กับการกดขี่ทางเศรษฐกิจและการเมือง จนขบวนการแรงงานกลายเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของประชาธิปไตยเกาหลีใต้ . เธอมองว่า หากประเทศไทยต้องการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมที่มีความยุติธรรมและประชาธิปไตยที่ตั้งมั่น ประชาชนไม่ควรรอให้โครงสร้างทางการเมืองพร้อมเสียก่อน แต่ต้องเข้าไปสร้างความเปลี่ยนแปลงด้วยตนเอง โดยเฉพาะการสร้างความเข้มแข็งให้ขบวนการแรงงาน - นักศึกษา - ชาวนา เพราะ “พลังที่แท้จริงอยู่ในร่างกายของพวกเรา คน 99%” . กฤตภาส เชษฐเจริญรัตน์ กล่าวว่า บทเรียนจากควังจูไม่ได้อยู่เพียงที่การจดจำความรุนแรงในอดีต แต่คือการทำให้ความทรงจำนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยในปัจจุบัน ผ่านการค้นหาความจริง ความรับผิดของรัฐ ระบบการศึกษา อนุสรณ์สถาน และเจตจำนงทางการเมืองที่ต้องถูกผลักดันอย่างต่อเนื่อง . เขาระบุว่า “เจตจำนงทางการเมือง” หรือ political will ไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่เป็นผลจากแรงกดดันของประชาชน นักศึกษา แรงงาน ครอบครัวผู้สูญเสีย ภาคประชาสังคม รวมถึงพรรคการเมือง จนทำให้การเพิกเฉยต่อความรุนแรงในอดีตมีต้นทุนทางการเมืองที่ผู้มีอำนาจไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ . เมื่อย้อนกลับมายังประเทศไทย กฤตภาสตั้งคำถามว่า หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ผ่านมา 50 ปี รัฐไทยได้ยอมรับความจริง คืนศักดิ์ศรีให้ผู้เสียชีวิต และเปลี่ยนบทเรียนจากความรุนแรงให้กลายเป็นหลักประกันว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีกมากเพียงใดกัน . เขาเสนอว่า วาระ 50 ปี 6 ตุลาฯ ต้องเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่จะทำต่อในปีที่ 51 โดยเฉพาะจากรัฐเอง ตั้งแต่การเปิดเผยและรักษาเอกสาร การค้นหาความจริง การรับรองเหตุการณ์อย่างเป็นทางการ การสร้างอนุสรณ์ถาวร การนำประวัติศาสตร์เข้าสู่ระบบการศึกษา ไปจนถึงการรักษาความทรงจำเรื่องความรุนแรงของรัฐให้อยู่ในพื้นที่สาธารณะ . กฤตภาสย้ำว่า สังคมไม่ควรรอให้นักการเมือง “พร้อม” และไม่ควรปล่อยให้คำว่า “ยังไม่พร้อม” กลายเป็นข้ออ้างสำหรับการเลื่อนความยุติธรรมออกไปอีกเรื่อยๆ เพราะบทเรียนจากควังจูแสดงให้เห็นว่า ความพร้อมทางการเมืองหลายครั้งก็เกิดขึ้นเพราะประชาชนสร้างแรงกดดันมากพอจนระบบการเมืองจำเป็นต้องตอบสนองและไม่สามารถปฏิเสธได้ . วงเสวนาได้ทิ้งท้ายว่า 50 ปีหลัง 6 ตุลาฯ ว่าประชาชนจะทำอะไรกับความทรงจำนั้นต่อ ตั้งแต่มหาวิทยาลัยที่ต้องเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ ขบวนการทางสังคมที่ต้องสร้างพลังจากข้างล่าง ไปจนถึงการกดดันรัฐให้ยอมรับความจริงและรับผิดชอบต่อความรุนแรง เพื่อไม่ให้การรำลึก 6 ตุลาฯ ต้องวนกลับมาถามคำถามเดิมซ้ำอีกในปีต่อๆ ไป
6
10
459
ภาพบรรยากาศภายในงาน “ตุลารำลึก” รำลึก 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ณ ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย . เรื่อง: เรนโบว์ กีกี้ ปีโป้ระเบิด ภาพ: 9ix
1
1
70
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยฝ่ายส่งเสริมสิทธิและมนุษยธรรม องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 3 และ 5 ตุลาคม 2569 ภายในงานมีนิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวการเคลื่อนไหวของนิสิตนักศึกษาเมื่อ 50 ปีก่อน รวมถึงกิจกรรม “ล้อมวงเล่ากับคนเดือนตุลา” ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้ร่วมรับฟังเรื่องราวและประสบการณ์ของนิสิตนักศึกษาในเหตุการณ์เดือนตุลาอย่างใกล้ชิด
1
19
(ต่อ)
8
ภาพบรรยากาศภายในงาน “จากตุลาฯ ตะวันยังไม่มา ฟ้ายังไม่สาง” ช่วงกิจกรรมเสวนา “ครึ่งศตวรรษต่อมา: 6 ตุลาในวันนั้นถึง 6 ตุลาในวันนี้” เรื่อง: เรนโบว์ กีกี้ ปีโป้ระเบิด ภาพ: เรนโบว์ กีกี้ ปีโป้ระเบิด และ กฤษฎา
1
1,978
1,404
23,162
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นในวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 16:00-18:00 น. ณ ตึกกิจกรรมนิสิต คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย ฝ่ายส่งเสริมประชาธิปไตย สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับ พิพิธภัณฑ์สามัญชน
1
7
645
ภายหลังงานเสวนา ผู้เสวนา และผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันจุดเทียนรำลึกแด่ ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน และวิชิตชัย อมรกุล อดีตนิสิตคณะรัฐศาสตร์ที่เสียชีวิตจากขบวนการ “ขวาพิฆาตซ้าย” ที่เกิดขึ้นเมื่อ 50 ปีก่อน
2
2
490
Sulak Sivaraksa Voices Support for Campaigners to Save Ang Kaew Dormitory at Chiang Mai University . On 5 October 2026, Sulak Sivaraksa’s Facebook page published a video with a caption reading, “S. Sivaraksa sends his support to those fighting against the demolition of Ang Kaew Dormitory at Chiang Mai University.” . In the video, Sulak expressed his support for students and others campaigning to save Ang Kaew Dormitory, urging them to continue their struggle through nonviolent means and without hatred toward those on the opposing side. . “I am glad that you are fighting for what is right and good, and that you are doing so through nonviolent means. The best form of struggle is not to hate those on the other side. Have compassion for them. Show them kindness, because they are doing things they do not understand.” . Sulak said the movement was not simply a struggle for social justice, for the constitution, or for human rights, but also “a struggle to preserve beauty,” saying that beauty goes hand in hand with goodness. . “Even if the beauty you are fighting for is torn down and destroyed, you must understand that tyranny does not exist only within the university. Tyrants exist everywhere, destroying beauty, goodness, and truth.” . At one point, Sulak referred to the demolition of the former Supreme Court complex in Bangkok. He said the buildings had been constructed to commemorate Thailand’s recovery of extraterritorial rights during the period when Pridi Banomyong served as Minister of Foreign Affairs. He questioned the destruction of a historically significant site and its replacement with a new structure. . Sulak also said that what makes a person truly lovable does not lie in physical appearance or pleasant speech, but in having a sense of justice, being willing to sacrifice personal interests for the common good, and standing up for what is right. . “What makes a person lovable is having a sense of justice, being willing to sacrifice personal interests for the common good, and fighting for what is right and good.” . He concluded by offering encouragement to those campaigning to save Ang Kaew Dormitory, saying that even if they do not prevail in this particular struggle, goodness and beauty will ultimately triumph. . “I want to give my support to all of you who are fighting for goodness and beauty. Even if you do not win this time, victory will always belong to goodness and beauty. Believe me: goodness and beauty will ultimately prevail.”
4
4
404
“ความดีความงามต้องชนะในที่สุด” ส. ศิวรักษ์ ให้กำลังใจผู้ค้านทุบ 'หอพักอ่างแก้ว' ย้ำต่อสู้ด้วยอหิงสา . วันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 20:00 น. เพจเฟซบุ๊กของ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ เผยแพร่คลิปวิดีโอพร้อมข้อความว่า “ส. ศิวรักษ์ ให้กำลังใจผู้ต่อสู้คัดค้านการทุบ ‘หอพักอ่างแก้ว’ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่” โดย อ.สุลักษณ์ กล่าวให้กำลังใจนักศึกษาและผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการรื้อถอนหอพักอ่างแก้ว พร้อมย้ำให้ต่อสู้ด้วยอหิงสาวิธีและไม่เกลียดชังฝ่ายตรงข้าม . “ผมดีใจนะครับที่พวกคุณต่อสู้เพื่อความถูกต้องดีงาม และต่อสู้ด้วยอหิงสาวิธี และการต่อสู้ที่ดีที่สุดนั้นอย่าไปเกลียดฝ่ายตรงกันข้าม ให้สงสารเขา ให้เมตตาเขา เพราะเขาทำสิ่งซึ่งเขาไม่เข้าใจ” . สุลักษณ์กล่าวว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมทางสังคม รัฐธรรมนูญ หรือสิทธิมนุษยชน แต่ยังเป็น “การต่อสู้เพื่อรักษาความงาม” โดยมองว่าความงามเป็นสิ่งที่ประกอบอยู่กับความดี . “แม้ความงามที่คุณต่อสู้จะถูกทุบ จะถูกทำลาย ก็ต้องเข้าใจนะครับว่าทรราชนั้นไม่ได้มีเพียงในมหาวิทยาลัย ทุกแห่งหนมีทรราชซึ่งทำลายความงาม ทำลายความดี ทำลายความจริง” . ช่วงหนึ่ง อ.สุลักษณ์ ยกตัวอย่างกรณีการรื้ออาคารศาลเดิมในกรุงเทพฯ ซึ่งเขากล่าวว่าอาคารดังกล่าวสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงการที่ไทยได้สิทธิสภาพนอกอาณาเขตกลับคืนมาในช่วงที่ปรีดี พนมยงค์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก่อนตั้งคำถามถึงการทำลายอาคารที่มีความหมายทางประวัติศาสตร์และสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาทดแทน . อ.สุลักษณ์ ยังกล่าวว่า ความน่ารักของคนไม่ได้อยู่ที่รูปลักษณ์หรือการพูดจา แต่อยู่ที่จิตใจที่มีความเป็นธรรม ยอมเสียสละประโยชน์ส่วนตัวเพื่อส่วนรวม และยืนหยัดเพื่อสิ่งที่ถูกต้อง . “ความน่ารักอยู่ที่จิตใจมีความเป็นธรรม ยอมเสียสละส่วนตัวเพื่อส่วนรวม และต่อสู้เพื่อความถูกต้องดีงาม” . ก่อนทิ้งท้ายให้กำลังใจผู้คัดค้านการรื้อถอนหอพักอ่างแก้วว่า แม้การต่อสู้ครั้งนี้อาจไม่ประสบชัยชนะ แต่ท้ายที่สุดความดีและความงามจะต้องเป็นฝ่ายชนะ . “ผมขอเอาใจช่วยพวกคุณทุกคนครับที่ต่อสู้เพื่อความดีความงาม ถึงแม้ครั้งนี้คุณจะไม่ได้ชัยชนะ แต่ชัยชนะจะต้องเป็นของความดีความงามตลอดไป เชื่อผมนะครับ ความดีความงามต้องชนะในที่สุด”
3
220
CMU Students, Alumni to Seek Emergency Court Injunction Over Ang Kaew Dormitory Demolition . On 5 October 2026, student group SAAP 24:7 at Chiang Mai University said representatives of students and alumni were preparing to file a lawsuit with the Administrative Court, seeking an emergency provisional injunction over the demolition of Ang Kaew Dormitory and the Fai Hin flats. . The move comes after Chiang Mai University began demolishing Ang Kaew Dormitory on 4 October, amid opposition from students, lecturers, alumni, and other groups calling on the university to halt the demolition and disclose relevant information. Earlier, the Chiang Mai University Student Union had also passed a resolution opposing the demolition, citing the lack of an adequate public consultation process. . SAAP 24:7 added that although demolition has already begun, public participation remains important in documenting the site, considering conservation and memorialisation options, planning its future development, and establishing the historical record of the area. . The group concluded its statement with a message to Chiang Mai University: “Chiang Mai University cannot remain silent on every issue.”
3
3
351
นศ.-ศิษย์เก่า มช. เตรียมฟ้องศาลปกครอง ขอคุ้มครองฉุกเฉิน ปมรื้อ ‘หอพักอ่างแก้ว-แฟลตฝายหิน’ . วันนี้ (5 ตุลาคม 2569) ช่วงเที่ยง กลุ่มนักศึกษา SAAP 24:7 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ตัวแทนนักศึกษาและศิษย์เก่าบางส่วนกำลังเตรียมยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวเป็นการฉุกเฉิน กรณีการรื้อถอนหอพักอ่างแก้วและแฟลตฝายหิน . ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เริ่มดำเนินการรื้อถอนหอพักอ่างแก้วเมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางการคัดค้านจากนักศึกษา อาจารย์ ศิษย์เก่า และภาคส่วนต่าง ๆ ที่เรียกร้องให้มหาวิทยาลัยชะลอการรื้อถอนและเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยก่อนหน้านี้องค์การนักศึกษา มช. ก็มีมติคัดค้านการรื้อถอนที่ปราศจากกระบวนการรับฟังความคิดเห็นอย่างเพียงพอ . SAAP 24:7 ระบุเพิ่มเติมว่า แม้การรื้อถอนจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่กระบวนการมีส่วนร่วมในการเก็บข้อมูล การพิจารณารูปแบบการอนุรักษ์และการทำอนุสรณ์ การวางแผนพัฒนาพื้นที่ในอนาคต รวมถึงการกำหนดข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่ ยังคงเป็นเรื่องสำคัญ . กลุ่มนักศึกษาทิ้งท้ายถึงมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ว่า “มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะเงียบกับทุกเรื่องไม่ได้”
45
20
685
สภานักศึกษา มธ. มอบรางวัล ‘จารุพงษ์ ทองสินธุ์ เพื่อประชาธิปไตย’ ปี 2569 แก่ ‘ไผ่ ดาวดิน’ ชี้ถูกดำเนินคดี 27 คดี พร้อมชวนลงชื่อยกเลิกคำสั่งคณะรัฐประหารปี 2519 . วันที่ 4 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ช่วงเย็น สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยผลการตัดสินรางวัล “จารุพงษ์ ทองสินธุ์ เพื่อประชาธิปไตย” ประจำปี 2569 โดยคณะกรรมการรางวัลมีมติให้ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน เป็นผู้สมควรได้รับรางวัลในปีนี้ . ประกาศของคณะกรรมการระบุว่า พิธีมอบรางวัลจะจัดขึ้นในวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยผู้ได้รับรางวัลจะได้รับโล่รางวัลจารุพงษ์ ทองสินธุ์ เพื่อประชาธิปไตย พร้อมเงินรางวัล 2,519 บาท . สภานักศึกษาฯ ระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันจตุภัทร์ถูกดำเนินคดีรวม 27 คดี โดย 3 คดีเป็นคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พร้อมเชื่อมโยงประเด็นดังกล่าวกับผลของคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ซึ่งออกภายหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 และแก้ไขอัตราโทษของมาตรา 112 ให้มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3–15 ปี . เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงเชิญชวนประชาคมธรรมศาสตร์และประชาชนร่วมเข้าชื่อเสนอให้ยกเลิกคำสั่งคณะรัฐประหารฉบับดังกล่าว เพื่อให้อัตราโทษของมาตรา 112 กลับไปเป็นโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และไม่มีโทษขั้นต่ำ โดยสามารถร่วมลงชื่อได้ผ่านเว็บไซต์ decoup6octsins.com . ทั้งนี้ รางวัล “จารุพงษ์ ทองสินธุ์ เพื่อประชาธิปไตย” ตั้งชื่อตาม จารุพงษ์ ทองสินธุ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งเสียชีวิตในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 และจัดขึ้นเพื่อยกย่องบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีบทบาทในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพของประชาชน
1
40
30
974
มช. เริ่มรื้อหอพักอ่างแก้ว หลังนำเครื่องจักรเข้าพื้นที่ช่วงตี 3 นักศึกษารวมตัวค้าน . วันที่ 4 ตุลาคม 2569 มีรายงานว่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่เริ่มดำเนินการรื้อถอนอาคารหอพักอ่างแก้วแล้ว หลังมีการนำเครื่องจักรขนาดใหญ่หลายคันเข้าพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 03:00 น. ก่อนเริ่มรื้อถอนบางส่วนของอาคารในช่วงเช้าวันนี้ ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากนักศึกษา อาจารย์ สมาคมต่างๆ และประชาชนที่เรียกร้องให้มหาวิทยาลัยชะลอแผนดังกล่าว . เพจนักศึกษา SAAP 24:7 ระบุว่า ช่วงประมาณตี 3 มีการปิดถนนบริเวณรอบหอพักอ่างแก้วและนำเครื่องจักรขนาดใหญ่ราว 3-4 คันเข้าสู่พื้นที่ โดยนักศึกษาบางส่วนที่เดินทางไปตรวจสอบได้รับข้อมูลจากผู้ปฏิบัติงานว่าจะมีการรื้อถอนหลังคา และมีเครื่องจักรเตรียมพร้อมสำหรับการรื้ออาคาร . ต่อมาเวลาประมาณ 09:30 น. SAAP 24:7 รายงานว่า ผู้รับเหมาเริ่มดำเนินการรื้อถอนหอพักอ่างแก้วแล้ว พร้อมเชิญชวนนักศึกษาและประชาชนที่คัดค้านการรื้อถอนเดินทางไปรวมตัวที่บริเวณหอพัก . เพจประชาคมมอชอ - Community of MorChor รายงานตรงกันว่า มีการนำเครื่องจักรขนาดใหญ่เข้าทุบตัวอาคารบางส่วนแล้ว ขณะที่บริเวณถนนทางเข้าหอพักถูกกั้นพื้นที่ มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและตำรวจเฝ้าสังเกตการณ์ . SAAP 24:7 ระบุเพิ่มเติมว่า ตัวแทนนักศึกษาพยายามติดต่อ ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อสอบถามสถานการณ์ แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ และเรียกร้องให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเปิดการพูดคุยก่อนเกิดความเสียหายต่ออาคารที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ . การรื้อถอนเกิดขึ้นท่ามกลางข้อเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยชะลอโครงการ หลังตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นักศึกษา ประชาชน และองค์กรวิชาชีพด้านสถาปัตยกรรมทั้งในไทยและต่างประเทศร่วมกันรณรงค์ #Saveหอพักอ่างแก้ว และ #Saveแฟลตฝายหิน โดยเห็นว่าอาคารทั้งสองมีคุณค่าทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ และควรมีการศึกษาทางเลือกอื่นก่อนรื้อถอน . ก่อนหน้านี้ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ทำหนังสือถึงมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คัดค้านการรื้อถอนหอพักอ่างแก้ว โดยระบุว่าอาคารเป็นหนึ่งในมรดกสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่สำคัญของมหาวิทยาลัย และเสนอความร่วมมือในการศึกษาแนวทางอนุรักษ์และปรับประโยชน์ใช้สอยอาคารเดิม หรือ Adaptive Reuse . ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้มีหนังสือจากกรมธนารักษ์ถึงมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอให้ชะลอการรื้อถอนเพื่อพิจารณาข้อมูลและแนวทางที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม เช้าวันนี้การรื้อถอนบางส่วนของอาคารได้เริ่มขึ้นแล้ว
6
335
นิเทศจุฬาฯ ค้านแก้ พ.ร.บ. Thai PBS หวั่นงบรายปีเปิดช่องการเมืองแทรกแซง กระทบอิสระสื่อ-สิทธิรับรู้ข่าวสารประชาชน . วันที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 23:00 น. คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยแพร่แถลงการณ์คัดค้านการแก้ไขแหล่งรายได้ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ Thai PBS จากระบบเงินบำรุงที่จัดเก็บจากภาษีสุราและยาสูบ ไปเป็นเงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยระบุว่าอาจกระทบต่อความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะและสิทธิในการรับรู้ข่าวสารของประชาชน . ร่างกฎหมายดังกล่าวเสนอโดย ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และคณะ โดยเสนอแก้ไขมาตรา 11 (1) ของ พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 และยกเลิกมาตรา 12–16 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดเก็บเงินบำรุงจากภาษีสุราและยาสูบ ปัจจุบันร่างอยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน ถึง 14 ตุลาคม 2569 และยังไม่มีผลบังคับใช้ . คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ระบุว่า ระบบทรัพยากรทางการเงินที่เพียงพอ ยั่งยืน และสามารถคาดการณ์ได้ เป็นหลักประกันสำคัญต่อความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ ขณะที่การเปลี่ยนไปพึ่งพาการจัดสรรงบประมาณรายปีผ่านฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ อาจสร้างความผันผวนและแรงกดดันทางการเมือง แม้ไม่มีการสั่งการโดยตรง และอาจนำไปสู่การเซ็นเซอร์ตนเองของสื่อ . แถลงการณ์ยังย้ำว่า เสรีภาพของสื่อสาธารณะไม่ได้เป็นเพียงสิทธิขององค์กรสื่อ แต่เกี่ยวข้องกับสิทธิของประชาชนในการได้รับข้อมูลข่าวสารที่เที่ยงตรงและรอบด้าน รวมถึงบทบาทของสื่อในการตรวจสอบอำนาจรัฐและทุน เปิดพื้นที่ให้กลุ่มชายขอบ เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ตลอดจนประเด็นทางสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมที่อาจมีข้อจำกัดภายใต้ระบบสื่อเชิงพาณิชย์ . ในประเด็นวินัยการเงินการคลัง คณะนิเทศศาสตร์เห็นว่า หากกลไกตรวจสอบในปัจจุบันยังไม่เพียงพอ ควรยกระดับระบบตรวจสอบและประเมินผล เช่น การตรวจสอบโดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน การรายงานต่อรัฐสภา และการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน แทนการนำงบประมาณไปผูกติดกับการอนุมัติเป็นรายปี . นอกจากนี้ คณะนิเทศ จุฬาฯ ระบุว่า แม้ Thai PBS จะมีข้อวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงาน แต่ควรแก้ไขผ่านการปฏิรูปโครงสร้างภายในและเพิ่มความโปร่งใส มากกว่าการนำงบประมาณไปอยู่ภายใต้อำนาจกำกับของฝ่ายการเมือง . ท้ายแถลงการณ์ คณะนิเทศศาสตร์เรียกร้องให้ผู้เสนอร่างและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถอนร่างกฎหมายดังกล่าวออกจากการพิจารณา พร้อมขอให้รัฐบาลคุ้มครองสื่อสาธารณะจากการแทรกแซงทางการเมือง และพัฒนาสื่อสาธารณะโดยยึดข้อมูลเชิงประจักษ์และการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นหลัก
13
2,423
1,169
25,364
แถลงการณ์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย . เรื่อง คัดค้านการแก้ไขแหล่งรายได้ของ Thai PBS ปกป้องความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ และคุ้มครองสิทธิการรับรู้ข่าวสารของประชาชน . ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2569
4
2
287
เครือข่ายนักศึกษายื่นหนังสือผู้แทน EU ถอน UPOV 1991 รักษาสิทธิเกษตรกรไทย . วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เครือข่ายนิสิตนักศึกษา-ประชาชนคัดค้าน UPOV 1991 ประกอบด้วย ผู้แทนองค์การนักศึกษาและสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้แทนองค์กรอื่นๆ เข้ายื่นหนังสือต่อคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ขอให้พิจารณาถอนอนุสัญญา UPOV 1991 จากการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยและสหภาพยุโรป ครั้งที่ 10 ที่กำลังมีขึ้นระหว่างวันที่ 28 กันยายน - 6 ตุลาคมนี้ . อนุสัญญา UPOV 1991 เป็นข้อเสนอของสหภาพยุโรปต่อประเทศในการเจรจา FTA โดยจะให้สิทธิบริษัทเอกชนนำพันธุ์พืชไทยไปทะเบียนได้ ซึ่งเครือข่ายฯ กังวลว่าจะทำให้เกษตรกรไทยเสียสิทธิในการขยายพันธุ์พืช และส่งผลให้ต้นทุนการเพาะปลูกสูงขึ้น นำไปสู่ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น . โดยเครือข่ายฯ เห็นว่าปัญหาของ UPOV 1991 ได้มีการพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง รวมถึงได้เคยมีการยื่นหนังสือต่อรัฐบาลไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว แต่รัฐบาลไทยและสหภาพยุโรปยังคงเดินหน้าพิจารณาลงนาม UPOV 1991 ต่อ จึงได้มายื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่ประจำคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ขอให้นำข้อกังวลของประชาชน เกษตรกร และนักศึกษาชาวไทยไปพิจารณาและถอนอนุสัญญา UPOV 1991 จากการเจรจา FTA
7
14,178
5,947
124,133
เนื้อหาหนังสือแปลเป็นภาษาไทยดังนี้ . 2 ตุลาคม 2569 . เรียน เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำราชอาณาจักรไทย . พวกเราในฐานะตัวแทนจากองค์กรนิสิตนักศึกษา ภาคประชาสังคม และประชาชนอิสระ ขอเรียนมายังคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เพื่อแสดงความกังวลต่อการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างสหภาพยุโรปกับประเทศไทยที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งมีข้อเสนอให้ประเทศไทยปฏิบัติตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ค.ศ. 1991 (UPOV 1991) . พวกเราจึงขอเรียกร้องให้สหภาพยุโรป ผ่านคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย รับฟังและพิจารณาข้อกังวลดังกล่าวอย่างรอบคอบ และถอนประเด็นการเข้าร่วม UPOV 1991 ออกจากการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างสหภาพยุโรปกับประเทศไทย . ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ประชาชน เกษตรกร และภาคประชาสังคมไทยได้แสดงความกังวลอย่างต่อเนื่องต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก UPOV 1991 ไม่ว่าจะเป็นการยื่นหนังสือขององค์กรภาคประชาสังคม 146 องค์กรต่อรัฐบาลไทยเมื่อวันที่ 17 กันยายน การยื่นหนังสือขององค์กรด้านการเกษตร 160 องค์กรต่อกรมวิชาการเกษตรเมื่อวันที่ 23 กันยายน และแถลงการณ์ร่วมขององค์กรนิสิตนักศึกษา 16 องค์กรจาก 6 มหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 27 กันยายน ซึ่งต่างแสดงจุดยืนคัดค้าน UPOV 1991 อย่างชัดเจน . อย่างไรก็ตาม แม้จะมีเสียงคัดค้านอย่างกว้างขวางจากประชาชนไทย UPOV 1991 ยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาของทั้งสองฝ่ายในการเจรจา FTA ที่กำลังดำเนินอยู่ พวกเราจึงขอให้คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปกับประเทศไทย นำข้อกังวลและเสียงของประชาชนไทยส่งต่อไปยังผู้มีอำนาจตัดสินใจที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เสียงของพวกเราได้รับการรับฟังอย่างแท้จริง . ประเทศไทยยังคงพึ่งพาเกษตรกรรมรายย่อยเป็นอย่างมาก และประชากรจำนวนมากประกอบอาชีพเกษตรกรรม เกษตรกรรายย่อยเหล่านี้พึ่งพาระบบเมล็ดพันธุ์ตามวิถีดั้งเดิม เช่น การเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้เพาะปลูกต่อ และการแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ระหว่างเกษตรกร ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างความมั่นคงในการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ในราคาที่เหมาะสมและยั่งยืนแล้ว ยังมีส่วนสำคัญต่อการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ และการคงอยู่ของพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศในแต่ละท้องถิ่น . แนวปฏิบัติเหล่านี้ยังเป็นส่วนสำคัญของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนเกษตรกรรมไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน การทำให้แนวปฏิบัติเหล่านี้กลายเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายหรือถูกจำกัดอย่างรุนแรง ย่อมเพิ่มภาระทางการเงินให้กับเกษตรกรไทยจำนวนมาก ซึ่งในปัจจุบันต้องเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอยู่แล้ว และท้ายที่สุดอาจส่งผลให้ต้นทุนอาหารและค่าครองชีพของประชาชนเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย . นอกจากนี้ UPOV 1991 ยังอาจเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุหลักอธิปไตยทางอาหารและความยั่งยืน และยิ่งซ้ำเติมวิกฤตด้านอาหารและทรัพยากรที่โลกกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน . ข้อกังวลดังกล่าวยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับหลักสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการรับรองในตราสารระหว่างประเทศหลายฉบับของสหประชาชาติ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในอาหารและสิทธิในมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอ ซึ่งได้รับการรับรองภายใต้ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (ICESCR) ตลอดจนสิทธิในเมล็ดพันธุ์และทรัพยากรพันธุกรรมพืชตามปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิของชาวนาและบุคคลอื่นที่ทำงานในพื้นที่ชนบท (UNDROP) . UPOV 1991 ยังอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติในหลายด้าน รวมถึงการขจัดความยากจน ความหิวโหย และความเหลื่อมล้ำ . ด้วยเหตุนี้ พวกเราในนามของนิสิตนักศึกษา เกษตรกร และประชาชนไทย จึงขอเรียกร้องให้สหภาพยุโรปทบทวนอย่างรอบคอบถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก UPOV 1991 และถอนประเด็นดังกล่าวออกจากการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างสหภาพยุโรปกับประเทศไทยในการเจรจารอบที่ 10 ซึ่งกำลังดำเนินอยู่ . ขอแสดงความนับถือ นิสิตนักศึกษา เกษตรกร และประชาชนไทย
33
44
2,937
PHOTO ALBUM: ภาพบรรยากาศกิจกรรม 'Run for Tomorrow' ในงาน 'มก.ก็อยากลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ' เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ซึ่งจัดขึ้นโดยชุมนุมรัฐศาสตร์และการเมือง ณ สระพระพิรุณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน . บรรยากาศเต็มไปด้วยนิสิตทั้งเหล่านักวิ่งขาแรงและผู้ที่สนใจมาร่วมกันวิ่งรอบสระพระพิรุณในกิจกรรมนี้กันอย่างเนืองแน่น ในการวิ่งเชิงสัญลักษณ์เพื่อร่วมรำลึกถึงการครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ . อีกทั้งบริเวณที่จัดกิจกรรมยังปรากฏป้ายผ้า ระบุข้อความชื่องานว่า 'มก.ก็อยากลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ' หรือ 'ถักทอความหวังบนผืนผ้าแห่งกาลเวลา' เป็นต้น สะท้อนการเมืองแห่งความหวังของนิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัย . และยังมีกิจกรรมแจกแผ่นป้ายรณรงค์ สติกเกอร์ โบว์สัญลักษณ์ติดผม รวมถึงผู้เข้าร่วมยังได้ขีดเขียนป้ายผ้า ในหัวข้อ 'ขอรัฐธรรมนูญของประชาชน' ในบูธวาดฝันการเมืองอีกด้วย . จากนั้นเริ่มกิจกรรมด้วยการอบอุ่นร่างกาย ก่อนที่กิจกรรมการวิ่งจะเริ่มขึ้น ด้วยการวิ่งรอบสระพระพิรุณ 6 รอบ จากนั้นมีการมอบเหรียญรางวัล และถ่ายรูปร่วมกันหลังจบกิจกรรมในวันนี้
1
248
ภาพบรรยากาศเพิ่มเติม
1
53
ภาพบรรยากาศ (ต่อ)
20