จริงๆ ฝั่ง Dev ก็เป็นกลุ่มคนที่เอา AI มาเขียนโค้ด ลดงานตัวเอง และพยายาม Automate ทุกอย่างมาตลอดอยู่แล้ว ตอนนี้ในระดับ Enterprise ก็ยังติดหลายประเด็น แต่เทรนหลังๆ เริ่มมาทาง AI Agent แก้ Feature + Test + PR + Deploy ไป Dev แต่คนยัง review และคุม prod
และถ้า Scale 5-10 ปีน่าจะได้ขั้นนั้นแหละ Code → Test → Infra → Deploy → Monitor เป็น Agent ทำต่อกันเกือบหมด อีก 10 ปี AI คงคิด scaling/network/deploy ให้เอง จัดการ Architecture ถึง Production ให้
ถ้าวันหนึ่งลูกค้าสร้าง Web App เองได้ตั้งแต่ต้นจนจบจริง ๆ มันก็คือ Technology Progress และงาน SWE ไม่ได้มีแค่เขียนโค้ด การประท้วงก็ไม่ได้ทำให้เทคโนโลยีหายไป
Skill มีมูลค่าเมื่อมีคนยอมจ่ายเพื่อผลลัพธ์ที่เราสร้างได้ Value ของคนอาจจะย้ายจากเขียนโค้ดไปเป็นเข้าใจระบบ ตัดสินใจ รู้ว่า AI ทำอะไรพัง และรับผิดชอบ production ได้ (ซึ่งอาจจะเหลือแค่หยิบมือ จากเมื่อก่อนต้องการเดฟ 100 คน)
เอาตามความเป็นจริง คิดว่าคงหยุด AI ไม่ได้แล้ว และประท้วงไปคงไม่ได้อะไร การประท้วงหยุดเทคโนโลยีไม่ได้ คงต้องพัฒนาตัวเองและมองหาอย่างอื่นทำหรือเป็นคนที่อยู่ในหยิบมือนั้นถ้าโลกยังต้องการ
ต่อให้อยากหยุด หรือ ไม่อยากหยุด AI ก็ตาม ต่อให้เกลียดหรือไม่เกลียด เหมือนบอกให้โลกหยุดหมุน คลื่นสึนามิมันมาแล้ว ใหญ่เกินกว่าคนคนเดียวหรือองค์กรเดียวจะขวางได้
ต่อให้เราเลือกไม่ใช้ AI โลกที่เหลือก็ยังพัฒนาต่ออยู่ดี และได้รับผลกระทบกันทุกอาชีพ สายเทค สายเอไอก็เช่นกัน เพื่อน Dev เคยกล่าว ต่อให้จะให้ประท้วงไปยืนฉี่รด Data Center เพื่อหยุด AI ก็คงไม่ได้และไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ฝั่ง Dev ก็มีเรียกร้องเรื่อง ลิขสิทธิ์ เงื่อนไข License และสิทธิในการใช้โค้ดเหมือนกัน แต่ไม่ใช่เรียกร้องให้หยุดพัฒนา AI เพราะกลัวลูกค้าสร้างเว็บเองได้ การที่ลูกค้าไม่ต้องจ้างเราแล้ว กับการเอาผลงานที่มีลิขสิทธิ์ของเราไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นคนละเรื่องกัน ซึ่งในกรณีนี้การประท้วงหยุดเทคโนโลยีไม่ได้ แต่บางครั้งช่วยให้เกิดข้อตกลงเรื่องสิทธิการใช้ได้
ถ้าวันนึงเไ มันเก่งระดับที่พ้อมเดียวแล้วสร้าง Web App สเกลใหญ่พร้อม Deploy ได้เลยโดยไม่ต้องพึ่ง Dev แบบ 100% เมื่อไหร่ เราได้เห็น Dev ออกมาประท้วงและด่าเรื่องลิขสิทธิ์แบบเดียวกับที่นักวาดโดนนั่นแหละ