[ รัฐรับมือน้ำท่วมยืดเยื้อ กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกถูกทิ้งรับน้ำ และการเยียวยายังล่าช้า ]
.
วันที่ 19 ตุลาคม 2569 พรรคประชาชน แถลงผลการประชุม ‘ครม.เงา’ เรียกร้องรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาวิกฤตน้ำท่วมยืดเยื้อในพื้นที่ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี นครนายก ปทุมธานี ราชบุรี และสมุทรสงคราม ตลอดจนเตรียมรับมือฝนตกหนักในภาคใต้
.
ขณะเดียวกัน ประชาชนนับหมื่นคนในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ในเขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง ยังคงต้องเผชิญกับความเดือดร้อนกับน้ำท่วมขังยาวนานกว่า 25 วัน จนกลายเป็นผู้ตกสำรวจ
.
นอกจากนี้ยังมีปัญหาความล่าช้าในการจ่ายเงินเยียวยา ซึ่งเกิดจากข้อบกพร่องของแอปพลิเคชัน ‘ทางรัฐ’ ทั้งการแนบเอกสารไม่ได้ ขาดระบบปักหมุด คัดกรองสถานะและประเภทอาคารไม่ได้ รวมถึงระบบไม่เชื่อมโยงกับ claim.bangkok ของ กทม.
.
พรรคประชาชนจะติดตามปัญหาเหล่านี้อย่างใกล้ชิดและขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งอนุมัติงบกลาง ปรับปรุงกฎเกณฑ์เยียวยาให้ยืดหยุ่น และสื่อสารแผนการระบายน้ำอย่างชัดเจนเพื่อลดความขัดแย้งของประชาชนในพื้นที่ และเสนอให้ กทม. เพิ่มจุดลงทะเบียนรับคำร้องเยียวยาอุทกภัยให้ครอบคลุม
[ น้ำท่วมยืดเยื้อ รัฐต้องสื่อสารแผนระบายน้ำชัดเจน พร้อมอัดงบกลางเร่งเยียวยาประชาชน ]
.
เดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต ระบุว่า แม้สถานการณ์คลี่คลายในหลายพื้นที่ แต่วิกฤตน้ำท่วมยังยืดเยื้อในหลายพื้นที่ซึ่งภาคประชาชนต้องเผชิญกับเดือดร้อน รวมถึงความกังวลเรื่องการปนเปื้อนสารเคมีในพื้นที่ปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา
.
เดชรัตกล่าวว่า หากรัฐบาลขาดการสื่อสารแผนบริหารจัดการน้ำที่ชัดเจน จะนำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชนในพื้นที่ต่อพื้นที่
.
นอกจากนี้ ในหลายพื้นที่ที่ถูกมองข้ามแต่น้ำท่วมขังนานกว่า 1 สัปดาห์ เช่น อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี รวมถึงอำเภอบางคนทีและอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นแหล่งเกษตรกรรมสวนมะพร้าวและส้มโอที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก รัฐบาลจำเป็นจะต้องเร่งสนับสนุนการผลักดันน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น
.
สำหรับสถานการณ์ในภาคใต้ มีฝนตกหนักเกิน 100 มิลลิเมตรในหลายจุด เดชรัตย้ำว่า ขอให้ท้องถิ่นเตรียมความพร้อมรับมือ ซึ่งทางพรรคประชาชนได้จัดเวิร์กช็อปเตรียมจัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือในจังหวัดเสี่ยงเพื่อสนับสนุนการทำงานของท้องถิ่น
.
ส่วนการเยียวยาในปัจจุบันที่เผชิญปัญหาความสับสนและความล่าช้า พรรคประชาชนเสนอให้ รัฐบาลรีบมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบกลางเพิ่มเติมเพื่อเร่งรัดการจ่ายเงิน พร้อมทั้งทบทวนกฎเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรค ปรับปรุงให้ยืดหยุ่น เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหายจริงสามารถเข้าถึงการช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง
[ กรุงเทพฯ น้ำเริ่มลด กทม. ต้องไม่ทำคนในพื้นที่รับน้ำตกสำรวจ ]
.
แม้สถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ชั้นในจะเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติและพร่องน้ำจนแห้งสนิทมาร่วม 10 วัน แต่สำหรับกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก น้ำท่วมขังเป็นปัญหายืดเยื้อยาวนานหลายวัน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากกว่าพื้นที่อื่นๆ
.
ธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กรุงเทพฯ เขต18 สะท้อนว่า พื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะเขตหนองจอก มีนบุรี และลาดกระบัง รวมกว่า 7 แขวง และ 82 คลอง กลับยังคงมีน้ำท่วมขังสูงมานานถึง 25 วัน นับตั้งแต่ฝนตกหนักเมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา
.
ธีรัจชัยกล่าวถึงสถานการณ์ของพื้นที่ดังกล่าวว่า ประชาชนนับหมื่นคนถูกบังคับให้เสียสละรับน้ำแทนคนเมือง แต่กำลังจะกลายเป็นผู้ตกสำรวจและยังไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเท่าเทียม
.
ธีรัจชัยจึงขอเรียกร้องให้ กทม. และรัฐบาลเร่งทำงานเชิงรุกด้วยการลงสำรวจพื้นที่อย่างจริงจัง พร้อมสนับสนุนถุงยังชีพ สุขาเคลื่อนที่ จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย ยาน้ำกัดเท้า เรือรับส่งผู้ป่วย ตลอดจนวางแผนระบายน้ำและเยียวยาประชาชนในพื้นที่รับน้ำสุดท้ายอย่างเป็นพิเศษ โดยไม่ต้องเผชิญกับระบบที่เหลื่อมล้ำและซับซ้อน