พนิดา มงคลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต1 สมุทรปราการ (ปากน้ำ, ท้ายบ้าน, บางเมือง, บางโปรง, บางด้วน) IG: phanida.pple Tiktok: phanida.pple

Samut Prakan Province
Phanida Mongkolsawat (ผึ้ง พนิดา) retweeted
‘หวิดโดนทำร้าย’ ‘สุเมธ’ เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ผู้แจ้งเบาะแสน้ำมันปนเปื้อนน้ำท่วมปราจีนบุรี ถูกชายชุดดำปรี่เข้ามา พร้อมง้างมือใส่ แต่เจ้าตัวหลบถอยออกมา และปัดป้องทัน ไม่ได้รับบาดเจ็บ ด้านผู้ก่อเหตุท้าแจ้งความ 5 ต.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (5 ต.ค.) เมื่อช่วงเย็น บริเวณถนนสาธารณะด้านหน้าบริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด ในขณะที่ สุเมธ เหรียญพงษ์นาม สมาชิกเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง และคณะ กำลังรอเพื่อติดตามและสังเกตการณ์การลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ ‘ทีมท็อปกัน’ ของวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเดินทางเข้าพื้นที่มาตรวจสอบกรณีพบคราบสีรุ้งบนผิวน้ำที่ท่วมพื้นที่นาบริเวณด้านข้างบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมของบริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด จนกระทั่ง เวลาประมาณ 16.00 น. ปรากฏมีรถยนต์มิตซูบิชิ ทะเบียน 3 ขช 1302 กรุงเทพมหานคร ขับเข้ามายังบริเวณดังกล่าว ชายสวมเสื้อสีขาวในรถได้ไขกระจกลงและกล่าวหาสุเมธ ในทำนองว่า ร้องเรียนเรื่องที่เกิดขึ้นเพื่อเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่ เป็นเหตุให้สุเมธและชายเสื้อสีขาวได้โต้เถียงกัน ระหว่างการโต้เถียง มีชาย 2 คนเดินลุยน้ำท่วมออกมาจากฝั่งพื้นที่บริษัทฯ และมุ่งหน้าเข้าหาสุเมธ ก่อนที่ชายคนหนึ่ง ซึ่งสวมชุดสีดำพร้อมโม่งคลุมศีรษะ จะปรี่เข้าถึงตัว พร้อมกับผลักและง้างแขนเตรียมปล่อยหมัดใส่สุเมธ แต่สุเมธ ถอยหนีและปัดป้องไว้ได้ ขณะเดียวกัน ชายคนดังกล่าวและเพื่อนก็หันหลังเดินกลับไป ต่อมารถยนต์มิตซูบิชิ ได้กลับรถและขับออกไป แล้วไปจอดในจุดที่ไม่ห่างนัก ทำให้เกิดการโต้เถียงกันอีกครั้ง สุเมธ ระบุว่า เขาอยู่บนพื้นที่ถนนสาธารณะ พร้อมทั้งได้กล่าวถึงสถานการณ์ปัญหาการปนเปื้อนและการแพร่กระจายของสารเคมีในพื้นที่ ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งมีภาพปรากฏในข่าวก่อนหน้านี้ โดยตอนหนึ่งได้ตั้งคำถามถึงการดำเนินงานและธรรมาภิบาลของบริษัท ว่า “ทำในสิ่งที่ถูกต้อง แล้วใครเขาจะไปทำอะไร ถ้าทำไม่ให้เดือดร้อน นี่หรอบริษัทที่มีธรรมาภิบาล นี่หรือคือมาตรฐานของคุณ สารพิษมันไปทั่วไปหมดแล้ว ทั้งคุ้งน้ำแล้ว เขารู้กันทั้งหมด” สุเมธ กล่าว ส่วนชายบนรถยนต์มิตซูบิชิ กล่าวเชิงเย้ยหยันสั้นๆ ว่า “โดนเส้นเหรอๆ” แล้วขับรถออกไป สุเมธ จึงหันมาพูดกับกลุ่มคนที่อยู่ฝั่งด้านหน้าบริษัท ซึ่งมีทีมท็อปกันรวมอยู่ด้วย และกล่าวว่า “ดูนะครับ การทำธุรกิจแบบนี้ มันควรจะเปิดอยู่ไหม มันควรจะปิดไหม...แบบนี้” ก่อนจะหันไปบอกประชาชนที่กำลังสังเกตการณ์ว่า “ถ่ายภาพไว้เลยครับ” และต่อด้วยการพูดกับชายสวมโม่งว่า “พี่ พี่เก่งมาก เดี๋ยวจะแจ้งความ” ชายสวมโม่งตะโกนตอบกลับว่า “กูเด็กกรอกด้วนไอ้เหี้ย มึงแจ้งเลย ไม่กลัวหรอก มึงแจ้งเลย” ทั้งนี้ เหตุการณ์ได้กลับเข้าสู่ความสงบในเวลาประมาณ 16.15 น. ก่อนที่สุเมธและคณะจะเดินทางออกไปจากบริเวณถนนสาธารณะด้านหน้าโรงงาน ทั้งนี้ สุเมธ แจ้งว่าตัวเขาไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด สำหรับประเด็นการพบคราบน้ำมันปนเปื้อนน้ำท่วมปราจีนฯ เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา ทางมูลนิธิบูรณะนิเวศ ออกมาเผยแพร่ภาพคราบน้ำมันเป็นแผ่นฟิล์มบาง ในพื้นที่น้ำท่วม ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า คราบน้ำมันพบเป็นทางยาวมาจากบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมของบริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด ต่อมา เมื่อ 2 ต.ค. 2569 อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ออกคำสั่งมาตรา 37 วรรค 1 พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 ให้บริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ฯ ผู้ประกอบกิจการประเภท 105 คือ กิจการฝังกลบและกำจัดกากอุตสาหกรรมทั้งอันตรายและไม่อันตราย และประเภท 106 คือ กิจการนำน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้แล้วหรือสารทำละลายมาผ่านกรรมวิธีทางอุตสาหกรรมเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิงทดแทน ให้ปรับปรุงแก้ไขโรงงาน 2 ข้อโดยทันที คือ ◾ให้ปิดหลุมฝังกลบสิ่งปฏิกูล หรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตรายทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำชะล้าง และแพร่กระจายออกนอกโรงงาน ◾ตรวจสอบพื้นที่ภายในและภายนอกโรงงาน หากพบว่ามีการปนเปื้อนให้ดำเนินการแก้ไขและฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน และต้องมีการชี้แจงแนวทางแก้ไขปัญหาให้ประชาชนทราบ #ประชาไท
30
2,293
854
44,023
Phanida Mongkolsawat (ผึ้ง พนิดา) retweeted
🚨 [ พรรคประชาชนรับสมัคร ‘แพทย์อาสา-ประชาชนอาสา’ ร่วมออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ดูแลสุขภาพผู้ประสบภัยน้ำท่วม ] . แม้ขณะนี้หลายพื้นที่จะเริ่มเข้าสู่ช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด แต่ผลกระทบด้านสุขภาพจากวิกฤตน้ำท่วมและฝนที่ตกแช่ขังยังคงอยู่ พี่น้องประชาชนจำนวนมากยังคงเจ็บป่วยและต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด . พรรคประชาชนจึงขอเชิญชวนบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไป มาร่วมกันออก ‘หน่วยแพทย์เคลื่อนที่’ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน โดยเปิดรับสมัครอาสาสมัคร 2 ส่วน ดังนี้: . 🩺 (1) แพทย์-นักศึกษาแพทย์อาสา > ตรวจโรคทั่วไป และสั่งจ่ายยาพื้นฐาน > ให้คำแนะนำแนวทางการดูแลสุขภาพเบื้องต้น > เยี่ยมเยียนผู้ป่วยติดบ้าน-ติดเตียง > ให้คำแนะนำและประเมินอาการ เพื่อส่งต่อผู้ป่วยเข้าสู่ระบบสาธารณสุขหลัก . 🤝 (2) ประชาชนอาสา > ช่วยจัดเตรียม จัดซื้อ และแพ็กยา > จัดการคิวและอำนวยความสะดวกให้ผู้มารับบริการในพื้นที่ . 📌 ข้อมูลการออกหน่วย 1 ครั้ง > ใช้เวลาลงพื้นที่ 2-3 ชั่วโมง > สัดส่วนทีม: แพทย์อาสา 1-2 คน + ประชาชนอาสา 3-4 คน > สามารถรองรับการดูแลประชาชนได้ 40-150 คน . 📊 [ อัปเดตภารกิจที่ผ่านมา เรายังต้องการกำลังคนอีกมาก ] . ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมพรรคประชาชนและทีมแพทย์อาสาได้เริ่มต้นออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่แล้วที่เขตสายไหม และเขตคลองสามวา ซึ่งเป็นหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ชุดแรกๆ ที่เข้าไปถึงชุมชนนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วม กทม. โดยสามารถดูแลและจ่ายยาให้ผู้ประสบภัยไปแล้วกว่า 600 คน . ข้อมูลจากการลงพื้นที่จริงสะท้อนให้เห็นความลำบากของประชาชนอย่างชัดเจน > 90% เผชิญปัญหาโรคน้ำกัดเท้าและมีบาดแผลเปื่อย > 80% มีความเสี่ยงและต้องการยาป้องกันโรคฉี่หนู (Leptospirosis) > 40-50% มีอาการปวดกล้ามเนื้อ . นอกจากนี้ ยังพบผู้ป่วยที่ขาดยาโรคเรื้อรัง เป็นไข้หวัด ท้องเสีย และโรคกระเพาะจำนวนมาก . พรรคประชาชนจึงขอส่งเสียงไปถึงรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข และ กทม. ซึ่งเป็นผู้กุมทรัพยากรระบบบริการสุขภาพ ให้เร่งจัดหน่วยแพทย์ลงพื้นที่น้ำท่วมขังโดยเร็ว . และในระหว่างที่กลไกของรัฐยังเข้าไม่ถึงครอบคลุมทุกพื้นที่ เรายังมีพี่น้องประชาชนอีกจำนวนมากที่กำลังรอคอยการดูแลรักษา มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความช่วยเหลือให้ถึงมือพี่น้องประชาชนด้วยกัน . 👉 สนใจร่วมออกหน่วยแพทย์กับพรรคประชาชน ลงทะเบียนได้ที่: forms.gle/qEN8Y1Z34UQY7gUm7  . เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ทีมงานจะรีบติดต่อกลับเพื่อประสานงานในขั้นตอนต่อไป . #พรรคประชาชน #แพทย์อาสา
7
1,523
784
27,487
Phanida Mongkolsawat (ผึ้ง พนิดา) retweeted
[ 5 คำถาม-ข้อสังเกต กรณีที่มีกระแสข่าวว่า สว. สีน้ำเงิน เตรียมยื่นคำร้องให้ ป.ป.ช. ไต่สวน กกต. สิทธิโชติ เรื่องการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม ] . สัปดาห์นี้ รอจับตาดูว่า สว. สีน้ำเงิน จะมีการร้องให้ ป.ป.ช. ไต่สวน สิทธิโชติ อินทรวิเศษ (กรรมการการเลือกตั้ง) ในโทษฐานการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมหรือไม่ (ตามข่าวที่ปรากฎในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา) สืบเนื่องจากการที่ กกต. สิทธิโชติ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์และแสดงความเห็นในวงเสวนา เกี่ยวกับเหตุผลว่าทำไมเขาถึงเป็นเสียงข้างน้อยที่เห็นว่าควรมีการสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาในคดีโกง สว. มากกว่า 77 คน และรวมถึงแกนนำพรรคภูมิใจไทย . ผมเข้าใจว่า ประชาชนและ สว. แต่ละคน ย่อมมีสิทธิตามกฎหมายในการยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. แต่หากมีการร้องในเรื่องดังกล่าวจริงตามข้อกล่าวหาที่อยู่ในข่าว (อ้างอิง: matichon.co.th/politics/news… & thaipbs.or.th/news/content/5…) ผมขอตั้งคำถามและข้อสังเกตดังต่อไปนี้ ต่อมาตรฐานในการดำเนินการของ สว. ผู้ยื่นคำร้อง: . 1. หากจะกล่าวหาว่า กกต. สิทธิโชติ “แสดงความคิดเห็นหรือข้อมูลต่อสื่อสาธารณะในเรื่องที่อยู่ในระหว่างการพิจารณา” (มาตรฐานทางจริยธรรม ข้อ 16) เราก็ต้องย้ำว่าคดีโกง สว. ดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กกต. แต่ได้เสร็จสิ้นการพิจารณาในชั้น กกต. ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผ่านการลงมติของ กกต. เมื่อ 14 ก.ย. ที่ผ่านมา . 2. หากจะกล่าวหาว่า กกต. สิทธิโชติ นำ “ความลับในการประชุมหรือการพิจารณาวินิจฉัย” หรือรายละเอียดในสำนวน มาเปิดเผย (มาตรฐานทางจริยธรรม ข้อ 14) แล้วทางผู้ร้องจะมีการยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ไต่สวน ณรงค์ กลั่นวารินทร์ (ประธานกรรมการการเลือกตั้ง) ในข้อกล่าวหาดังกล่าวด้วยหรือไม่ ในเมื่อในการแถลงข่าวผลการลงมติเมื่อ 14 ก.ย. ที่ผ่านมา ทาง ประธานณรงค์ ก็ได้พูดถึงข้อมูลในสำนวนการพิจารณาคดี (เช่น รายละเอียดเกี่ยวกับพยานที่มีการกลับคำให้การ 3 คน) โดยละเอียด เช่นกัน? . 3. หากจะกล่าวหาว่า กกต. สิทธิโชติ ไม่ “เคารพต่อมติของที่ประชุมฝ่ายข้างมาก และเหตุผลของทุกฝ่ายอย่างเคร่งครัด” (มาตรฐานทางจริยธรรม ข้อ 14) เราก็ต้องย้ำว่าการที่ กกต. เสียงข้างน้อย นำเสนอเหตุผลของตนเองที่อาจแตกต่างกับ กกต. เสียงข้างมาก ไม่เท่ากับการไม่เคารพต่อมติของเสียงข้างมาก - ในทางกลับกัน หากจะกล่าวหาใครในข้อกล่าวหานี้ คนที่สุ่มเสี่ยงจะถูกมองว่าไม่ “เคารพเหตุผลของทุกฝ่ายอย่างเคร่งครัด” มากกว่า น่าจะเป็น ณรงค์ กลั่นวารินทร์ (ประธานกรรมการการเลือกตั้ง) ที่แถลงข่าวผลการลงมติเมื่อ 14 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยไม่พูดถึงหรืออธิบายเหตุผลของเสียงข้างน้อยโดยละเอียดเลย . 4. หากจะกล่าวหาว่า กกต. สิทธิโชติ ไม่ควรออกมาแสดงความเห็นต่อสาธารณะ เราก็ต้องย้ำว่าหน้าที่อย่างหนึ่งของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ คือการ “ให้ข้อมูลข่าวสารตามข้อเท็จจริงแก่ประชาชนหรือสื่อมวลชน .. ถูกต้องครบถ้วนและไม่บิดเบือน” (มาตรฐานทางจริยธรรม ข้อ 15) - ดังนั้น หากจะวิจารณ์ประเด็นนี้ คนที่ควรถูกวิจารณ์ไม่น่าจะใช่ กกต. สิทธิโชติ ในกรณีนี้ แต่น่าจะเป็น กกต. หลายคน ในหลายกรณีก่อนหน้านี้ ที่เลือกที่จะไม่สื่อสาร ให้ข้อมูล หรือตอบคำถาม ในประเด็นที่สังคมสงสัย (เช่น ข้อสงสัยหลังการเลือกตั้ง 2569) หรือเลือกที่จะไม่ให้ความร่วมมือในการส่งข้อมูลให้คณะกรรมาธิการของสภา (เช่น ข้อมูลเรื่องอนุฯวินิจฉัยชุดที่ 36 ที่ กกต. ยังไม่ส่งให้ กมธ. องค์กรอิสระ หลังผ่านมา 3-4 เดือน) . 5. หากจะกล่าวหาว่า กกต. สิทธิโชติ ไม่ “ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม เป็นอิสระ เป็นกลาง และปราศจากอคติ โดยไม่หวั่นไหวต่ออิทธิพล กระแสสังคม หรือแรงกดดันอันมิชอบด้วยกฎหมาย” (มาตรฐานทางจริยธรรม ข้อ 13) ผมก็ชวนมองมุมกลับ ว่าหากจะมี กกต. คนไหน ที่อยู่ในสถานะที่เสี่ยงจะเข้าข่ายข้อกล่าวหานี้ ก็น่าจะเป็น กกต. 4 คน ที่ถูกรับรอง โดย สว. สีน้ำเงินชุดนี้ มากกว่า เนื่องจาก กกต. 4 คนดังกล่าว ได้ใช้ดุลพินิจในลักษณะที่เป็นคุณต่อผู้ถูกกล่าวหาในคดีโกง สว. ที่มีส่วนให้ตนไดเป็น กกต. ทุกวันนี้ และ (ในเชิงคณิตศาสตร์) ได้เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้แกนนำพรรคภูมิใจไทยหลายคน ไม่ถูกสั่งฟ้องไปที่ศาล (หากตัด 4 คนดังกล่าวออกไป, กกต. ที่เหลืออีก 3 คน มีความเห็น 2-1 ให้สั่งฟ้อง นายกฯ อนุทิน และแกนนำพรรคภูมิใจไทยจำนวนมาก) . รอดูกันครับ ว่า สว. สีน้ำเงิน จะมีการยื่นเรื่องไปที่ ป.ป.ช. จริงหรือไม่ และจะอธิบายประเด็นดังกล่าวอย่างไร . หากมีการยื่นจริง ก็ชวนประชาชนจับตาต่อไป เพื่อเปรียบเทียบมาตรฐานในการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ระหว่างการไต่สวน กกต. สิทธิโชติ กรณีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม (ตามคำร้อง สว. สีน้ำเงิน) กับการไต่สวน กกต. กรณีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ตามคำร้องพรรคประชาชน) ยิ่งในเมื่อ ป.ป.ช. 4 จาก 9 คน ทุกวันนี้ ถูกรับรองให้เข้าสู่ตำแหน่งโดย สว. สีน้ำเงิน และเพิ่งมีผลงานชิ้นโบว์น้ำเงินในการยกคำร้องคดีซุกหุ้นของศักดิ์สยาม ชิดชอบ
10
465
694
12,695
Phanida Mongkolsawat (ผึ้ง พนิดา) retweeted
หมู่บ้านจม น้ำเน่ากว่าคลองแสนแสบ เดือดร้อน 600 ครอบครัว หมู่บ้านวินด์มิลล์ ถนนกิ่งแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ถูกน้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 28 กำแพงกั้นหมู่บ้านแตก น้ำจากหมู่บ้านข้างเคียงทะลัก ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 600 หลังคาเรือน ระดับน้ำบางจุดเคยสูงกว่า 2 เมตร หรือสูงถึงระดับหน้าอกและศีรษะของประชาชน ขณะที่บ้านเรือนบางหลังถูกน้ำท่วมสูงถึงประมาณครึ่งชั้น และรถยนต์จำนวนมากถูกน้ำท่วมเกือบมิดคัน ล่าสุด ชาวบ้านเผยน้ำตอนนี้ดำสนิทเหม็นเน่ายิ่งกว่าคลองแสนแสบ
26
2,548
911
162,436
Phanida Mongkolsawat (ผึ้ง พนิดา) retweeted
🚨 [ คลายปมน้ำท่วมโซนตะวันออก: รัฐบาลต้องเป็น ‘เจ้าภาพ’ บริหารจัดการข้ามจังหวัด โดยใช้หลัก ‘Flow Through’ ] . สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่โซนตะวันออกของกรุงเทพฯ และปริมณฑล (ปทุมธานี, สายไหม, คลองสามวา, หนองจอก, มีนบุรี, ประเวศ, ลาดกระบัง และสมุทรปราการ) กำลังเผชิญกับ ‘คอขวด’ ในการระบายน้ำอย่างหนัก . จากภาพที่เห็น จะพบว่าพื้นที่โซนนี้มีช่องทางระบายน้ำหลัก 4 ทิศทาง ซึ่งในสถานการณ์ที่ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักสูง จะต้องพึ่งพา ‘เครื่องสูบน้ำ’ ในการสูบออกเป็นหลัก แต่ในขณะนี้ แต่ละช่องทางกลับเผชิญอุปสรรคที่แตกต่างกัน ดังนี้ . (1) ระบายลงแม่น้ำเจ้าพระยา (ทิศตะวันตก) > ปัจจุบันสูบได้เพียง 109 จาก 218 ลูกบาศก์เมตร/วินาที (50%) เพราะติดปัญหาข้อจำกัดของเครื่องสูบน้ำที่ชำรุด และระดับน้ำเจ้าพระยาหนุนสูง . (2) ระบายลงแม่น้ำนครนายก (ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ) > ปัจจุบันสูบได้เพียง 33 จาก 135 ลูกบาศก์เมตร/วินาที (25%) เพราะระดับน้ำในแม่น้ำนครนายกสูงมาก รับน้ำเพิ่มได้ยาก . (3) ระบายลงแม่น้ำบางปะกง (ทิศตะวันออก) > ปัจจุบันสูบได้เพียง 108 จาก 268 ลูกบาศก์เมตร/วินาที (40%) . (4) ระบายลงอ่าวไทย (ทิศใต้) > นี่คือช่องทางที่มีประสิทธิภาพที่สุด ปัจจุบันสูบได้ 437 จาก 549 ลูกบาศก์เมตร/วินาที (80%) โดยเครื่องสูบน้ำเดินเครื่องได้เต็มที่ แต่น้ำจากตอนบนกลับเดินทางมาไม่ถึง . เมื่อรวมทุกช่องทางเข้าด้วยกัน ทำให้ปัจจุบันเราใช้ศักยภาพการสูบน้ำในภาพรวมทุกทิศทางได้เพียงประมาณ 60% เท่านั้น (สูบได้รวม 687 ลูกบาศก์เมตร/วินาที จากศักยภาพจริง 1,170 ลูกบาศก์เมตร/วินาที) . ซึ่งสาเหตุไม่ได้มาจากศักยภาพการสูบน้ำเพียงอย่างเดียว แต่มาจาก ‘ความตึงเครียด’ ระหว่างพื้นที่รอยต่อด้วย . 🚧 [ เมื่อข้อตกลงเดิมใช้ไม่ได้ และต่างฝ่ายต่างรับน้ำไม่ไหว ] . การระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยทางทิศใต้ คือเส้นทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดในตอนนี้ แต่น้ำกลับเดินทางไปไม่ถึง เพราะติดปัญหาความกังวลใจของพื้นที่รอยต่อ . > ปทุมธานี จะระบายน้ำผ่าน กทม. ➔ กทม. กังวลว่าน้ำในพื้นที่ตัวเองจะสูงขึ้น > กทม. จะระบายน้ำผ่านสมุทรปราการลงอ่าวไทย ➔ สมุทรปราการ กังวลว่าน้ำจะท่วมหนักขึ้น > กทม. จะระบายน้ำไปทางตะวันออกผ่านคลองแสนแสบ ➔ ฉะเชิงเทรา รับน้ำเต็มพิกัดแล้ว . ที่ผ่านมา กทม. มีข้อตกลง (MOU) กับกรมชลประทานในการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ โดยดูจากระดับน้ำ ‘ด้านใน’ และ ‘ด้านนอก’ ประตู แต่สถานการณ์ตอนนี้น้ำสูงเกินเกณฑ์ทั้งสองฝั่ง ทำให้ข้อตกลงเดิมไม่มีสภาพบังคับใช้ ฝั่งนอกประตูก็ร้องขอให้เปิด ฝั่งในประตูก็เปิดให้ไม่ได้เพราะน้ำล้นแล้ว . 💡 [ เสนอทางออก: ต้องมี ‘เจ้าภาพ’ และบริหารจัดการแบบ Flow Through ] . ในภาวะที่ต่างฝ่ายต่างมีน้ำเต็มพื้นที่ เราไม่สามารถปล่อยให้ท้องถิ่น หรือ กทม. เผชิญหน้าเจรจากันเองได้อีกต่อไป พรรคประชาชนขอเสนอทางออกเร่งด่วน ดังนี้ . (1) รัฐบาลอย่าลอยตัวเหนือปัญหา ต้องเร่งใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อเป็นเจ้าภาพจัดการโดยด่วน ถึงเวลาที่ต้องใช้กลไกของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและมีกรมชลประทานเป็นองค์ประกอบ เข้ามาเป็นคนกลางในการตัดสินใจและบริหารจัดการน้ำข้ามเขตจังหวัดทันที เพื่อยุติข้อขัดแย้งระหว่างพื้นที่ อย่าปล่อยให้ประชาชนในแต่ละจังหวัดต้องมาทะเลาะกันเอง . (2) บริหารจัดการน้ำด้วยหลักการ ‘Flow Through’ (น้ำไหลเข้าพื้นที่ ต้องน้อยกว่าน้ำระบายออกจากพื้นที่) เพื่อลดความกังวลของพื้นที่ทางผ่านน้ำ (เช่น กทม. หรือ สมุทรปราการ) การระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยต้องทำภายใต้เงื่อนไขที่รัดกุม คือ ปริมาณน้ำที่สูบเข้ามาในพื้นที่ (Flow in) จะต้อง ‘น้อยกว่า’ ปริมาณน้ำที่สูบออกไปได้ (Flow out) เสมอ วิธีนี้จะทำให้น้ำไม่ตกค้างและไม่สร้างภาระให้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งมากเกินไป . (3) เร่งซ่อมแซมและเพิ่มศักยภาพเครื่องสูบน้ำที่ชำรุด ควบคู่ไปกับการเร่งระบายน้ำทางทิศใต้ รัฐบาลต้องซ่อมแซมเครื่องสูบน้ำในทิศทางอื่นๆ (เจ้าพระยา, นครนายก, บางปะกง) เพื่อแบ่งเบาภาระและคืนศักยภาพการสูบน้ำให้กลับมาเต็ม 100% โดยเร็วที่สุด . พี่น้องประชาชนไม่ควรต้องมารับเคราะห์จากคอขวดของการบริหารจัดการ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งบูรณาการสั่งการ เพื่อให้น้ำที่ท่วมขังอยู่ไหลลงสู่ทะเลได้เร็วที่สุด . #น้ำท่วม69 #PPLEFLOOD69
415
284
36,601
Phanida Mongkolsawat (ผึ้ง พนิดา) retweeted
📱 [ ปภ. เปิดลงทะเบียนรับเงินเยียวยาน้ำท่วมผ่านแอปฯ ‘ทางรัฐ’ เริ่มวันนี้ 08:00 น. เป็นต้นไป ] . ใครที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดระบบให้ผู้ประสบภัยลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยาผ่านแอปพลิเคชัน ‘ทางรัฐ’ ได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ (2 ต.ค. 2569) เวลา 08:00 น. เป็นต้นไป . 📌 เกณฑ์ผู้มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือ ครอบคลุม 4 กรณี ดังนี้ (1) บ้านถูกน้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน และมีทรัพย์สินเสียหาย (2) บ้านถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันเกิน 7 วันขึ้นไป (3) น้ำไม่ได้ท่วมถึงตัวบ้าน แต่ถูกน้ำล้อมรอบจนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ ติดต่อกันเกิน 7 วันขึ้นไป (4) พักอาศัยในอาคารสูง เช่น แมนชั่น อพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนียม น้ำไม่ท่วมห้องพัก แต่ระบบสาธารณูปโภคถูกตัดขาดจนไม่สามารถใช้ชีวิตได้ ติดต่อกันเกิน 7 วันขึ้นไป . 📌 เงื่อนไขสำคัญในการรับสิทธิ คือ (1) จำกัดสิทธิ 1 ครัวเรือน ต่อ 1 สิทธิ (2) ครอบคลุมผู้ประสบภัยทั้งบ้านที่มีทะเบียนบ้าน, บ้านเช่า (ผู้เช่าเป็นผู้ได้รับสิทธิ) และที่อยู่อาศัยประจำอื่นๆ (แม้ไม่มีทะเบียนบ้านก็สามารถยื่นขอรับสิทธิได้) (3) ครอบคลุมพื้นที่ กทม. และอีก 65 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ กระบี่, กาญจนบุรี, กำแพงเพชร, ขอนแก่น, จันทบุรี, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ชัยนาท, ชัยภูมิ, เชียงราย, เชียงใหม่, ตาก, ตรัง, ตราด, นครนายก, นครปฐม, นครพนม, นครราชสีมา, นครสวรรค์, นนทบุรี, น่าน, บึงกาฬ, บุรีรัมย์, ปทุมธานี, ประจวบคีรีขันธ์, ปราจีนบุรี, พระนครศรีอยุธยา, พะเยา, พังงา, พิจิตร, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, แพร่, ภูเก็ต, มุกดาหาร, แม่ฮ่องสอน, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, ระนอง, ระยอง, ราชบุรี, ลพบุรี, ลำปาง, ลำพูน, เลย, ศรีสะเกษ, สกลนคร, สตูล, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, สระแก้ว, สระบุรี, สิงห์บุรี, สุพรรณบุรี, สุราษฎร์ธานี, สุรินทร์, สุโขทัย, หนองคาย, หนองบัวลำภู, อำนาจเจริญ, อ่างทอง, อุดรธานี, อุตรดิตถ์, อุทัยธานี และอุบลราชธานี . สำหรับผู้ประสบภัยที่ตรงตามเกณฑ์ สามารถดำเนินการยื่นขอรับเงินเยียวยาผ่านแอปพลิเคชัน ‘ทางรัฐ’ ได้เลยวันนี้ หรือหากไม่สะดวก จะไปดำเนินการที่สำนักงานเขต หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ (เทศบาล-อบต.) ก็ทำได้เช่นกัน . โปรดช่วยกันประชาสัมพันธ์และส่งต่อข้อมูลนี้ไปยังพี่น้องประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ . #เยียวยาน้ำท่วม #PPLEFLOOD69
3
292
172
13,930
Phanida Mongkolsawat (ผึ้ง พนิดา) retweeted
[ สส.ทุกพรรคหอบทุกข์ร้อนประชาชนน้ำท่วมเข้าสภาฯ แต่ไร้วี่แววนายกฯ มารับฟัง ] วันนี้ (30 ก.ย. 69) สภาฯ มีการพิจารณาญัตติด่วนแก้ปัญหาน้ำท่วม สส.พรรคประชาชนและทุกพรรคการเมือง ต่างนำเสียงสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนมาเสนอรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ แม้รัฐจะทุ่มงบมหาศาลทุกปี แต่สถานการณ์จริงใน กทม. และปริมณฑล กลับสะท้อนว่ารัฐและท้องถิ่นไร้ทิศทาง ขาดระบบเตือนภัย ขาดการสื่อสาร และที่สำคัญคือ ‘ขาดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์’ ทำให้ต่างคนต่างทำ และประชาชนคือผู้รับกรรม หลายชุมชนจมน้ำกว่า 1.5 เมตร ไฟดับ น้ำไม่ไหล ขาดอาหาร ขณะที่ผู้ป่วยและคนชราติดค้างในบ้านแต่รัฐเข้าช่วยเหลือล่าช้า ประชาชนไม่เคยรู้ข้อมูลชัดเจนว่า ‘ต้องทนอยู่กับน้ำท่วมไปอีกกี่วัน’ “ตลอด 4 วันที่ลงพื้นที่ แทบไม่พบรถหรือหน่วยงานรัฐเข้ามาช่วยเหลือ แต่เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางลงพื้นที่สายไหม กลับพบเจ้าหน้าที่และเครื่องสูบน้ำจำนวนมาก ประชาชนในสายไหม รวมถึงปทุมธานีและนนทบุรี จะต้องเผชิญกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในรูปแบบเดิมไปอีกนานเพียงใด ทั้งที่ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีและข้อมูลมหาศาลสำหรับใช้วางแผนรับมือภัยพิบัติได้แล้ว” - ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ที่แย่กว่านั้น พื้นที่ภาคตะวันออกอย่างปราจีนบุรี ต้องเจอ ‘วิกฤตซ้อนวิกฤต’ น้ำท่วมบ่อฝังกลบขยะพิษ สารตะกั่ว ปรอท แคดเมียม รั่วไหลลงนาข้าวและบ้านเรือน กลายเป็นภัยเงียบระยะยาว พรรคประชาชนจึงเสนอ 5 มาตรการด่วนที่รัฐบาลควรเร่งทำทันที ได้แก่ (1) ระบบแจ้งเตือนแม่นยำ (ระดับน้ำ/เวลา) (2) สนับสนุนอุปกรณ์ให้ท้องถิ่น (กระสอบทราย/เครื่องสูบ/เรือ) (3) ตั้ง War Room และแถลงแผนผันน้ำ (4) เตรียมจุดอพยพ/เสบียง และแผนช่วยกลุ่มเปราะบาง (5) ทบทวนเงินเยียวยาพิเศษให้สะท้อนความเสียหายจริง (ไม่ใช่แค่ 9,000 บาท) ขณะที่ด้านโครงสร้างการจัดการน้ำ พบว่าในงบปี 68 งบการสร้างเขื่อนริมเจ้าพระยามีการจัดสรรผิดปกติ โดยนนทบุรีได้งบน้อยมาก ส่วนปทุมธานี สมุทรปราการ กทม. ไม่ได้เลย ส่วนงบซ่อมแซมเขื่อนรั่วซึมในนนทบุรีก็ถูกตัดเกลี้ยง ขณะที่สมุทรปราการซึ่งเป็น ‘ทางผ่านน้ำ’ มีประตูระบายหลักใช้ได้แค่ 3 บาน รัฐจึงต้องเร่งอัดฉีดงบเพิ่มศักยภาพสถานีสูบน้ำโดยด่วน แต่น่าเสียดายที่ สส. หอบเสียงทุกข์ร้อนของประชาชนมาสะท้อนผ่านสภาฯ แต่นายกฯ ที่มักพูดว่าจะ ‘ถอดบทเรียน’ กลับไม่เข้ามารับฟังเลยแม้แต่วินาทีเดียว #PPLEFLOOD69
13
2,898
2,240
32,073
Phanida Mongkolsawat (ผึ้ง พนิดา) retweeted
⚠️ [ ครม.เงาเตือน วิกฤตน้ำท่วมยังไม่จบ จี้รัฐบาลตั้ง War Room บัญชาการภาพรวม-กระจายศูนย์หน้างาน เตรียมรับมือฝนระลอกใหม่ ] . วันนี้ (30 ก.ย. 2569) พรรคประชาชนแถลงผลการประชุม ครม.เงา ครั้งที่ 14 นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ @teng_pple และแกนนำพรรค โดยมีวาระสำคัญเร่งด่วนเพียงเรื่องเดียว คือวิกฤตน้ำท่วมที่พี่น้องประชาชนหลายพื้นที่กำลังเผชิญ . ณัฐพงษ์ระบุว่า ข้อค้นพบจากการลงพื้นที่ของแกนนำ สส. และทีมงานพรรคประชาชน ชี้ให้เห็นตรงกันว่ารัฐบาลยังขาด ‘ศูนย์บัญชาการ’ ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้การช่วยเหลือหน้างานสะเปะสะปะ ของบริจาคกระจุกตัว น้ำเน่าเสียขังตามหมู่บ้าน และประชาชนขาดข้อมูลความจริงเพื่อใช้ตัดสินใจวางแผนชีวิต . ที่สำคัญคือ ‘วิกฤตนี้ยังไม่จบ’ เพราะข้อมูลคาดการณ์สภาพภูมิอากาศชี้ว่าอาจเกิดฝนตกหนักอีกระลอกตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค. เป็นต้นไป ประกอบกับน้ำเหนือที่กำลังไหลลงมาและสภาวะน้ำทะเลหนุนที่อาจทำให้สถานการณ์รุนแรงยิ่งขึ้น ดังนั้น รัฐบาลจะชะล่าใจไม่ได้เด็ดขาด สิ่งใดที่สามารถปรับได้ ควรเริ่มปรับตั้งแต่วันนี้ เพื่อไม่ให้การจัดการภัยพิบัติที่ล่าช้าและไร้ทิศทางซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนมากขึ้นไปอีก . พรรคประชาชนจึงมีข้อเสนอเร่งด่วนถึงรัฐบาล ดังนี้ 📌 ตั้ง War Room ระดับประเทศ: รวมศูนย์การตัดสินใจ ประเมินฉากทัศน์ และสื่อสารความจริงกับประชาชนอย่างสม่ำเสมอ 📌 กระจายศูนย์หน้างาน: ตั้งศูนย์ระดับพื้นที่เพื่อให้เข้าถึงชุมชนหนาแน่นและกลุ่มเปราะบางได้รวดเร็ว 📌 เตรียมรับมือฝนระลอกใหม่: คาดการณ์ว่าฝนจะตกหนักอีกช่วงวันที่ 5 ต.ค. รัฐบาลต้องไม่ชะล่าใจ และต้องแบ่งการจัดการพื้นที่เป็น 4 กลุ่ม คือ 1. พื้นที่น้ำแห้ง ต้องเร่งฟื้นฟูเยียวยา 2. พื้นที่ กทม.และปริมณฑล ต้องเร่งระบายน้ำจากชุมชน 3. พื้นที่ริมน้ำ ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำที่สูงขึ้น และ 4. พื้นที่เสี่ยงใหม่ เช่น ลุ่มน้ำแม่กลอง #PPLEFLOOD69
9
1,148
916
16,752
Phanida Mongkolsawat (ผึ้ง พนิดา) retweeted
❤️‍🩹 [ เสนอ 4 แนวทางช่วยเหลือ-เยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ] . สถานการณ์อุทกภัยเดือนกันยายน 2569 เป็นสถานการณ์ที่พี่น้องประชาชนจำนวนมากไม่ได้รับการเตือนภัยถึงระดับของภัยที่ชัดเจน ทำให้เกิดความเสียหายกับพี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง ทั้งในพื้นที่ที่เคยเผชิญอุทกภัยมาก่อนแล้ว และพื้นที่ที่แทบไม่เคยเผชิญอุทกภัยมาก่อนเลย เช่น พื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล . สิ่งที่จะตามต่อมาหลังจากน้ำลดคือกระบวนการช่วยเหลือเยียวยา ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขการใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 ของกระทรวงการคลัง ที่ประกาศล่าสุดในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา  . ที่ผ่านมากระบวนการช่วยเหลือเยียวยาดังกล่าวมักประสบปัญหาความล่าช้าในการดำเนินการ ความไม่ชัดเจนของเกณฑ์และกระบวนการแสดงเอกสารต่างๆ และความไม่เพียงพอในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัย ยิ่งอุทกภัยในปี 2569 เกิดขึ้นในวงกว้าง เกิดขึ้นอย่างฉุกเฉิน และในพื้นที่ที่พี่น้องประชาชนไม่คุ้นเคยกับกระบวนการดังกล่าว ยิ่งอาจทำให้เกิดความสับสนและความล่าช้าขึ้นมาได้ . พรรคประชาชนจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาล ดังนี้ (ต่อใน Thread)
3
668
590
9,352
ขออนุญาตชี้แจงประเด็นที่หลายท่านอาจเข้าใจคลาดเคลื่อนนะคะ 📌 ว่า “เหตุใดปัญหาในจังหวัดสมุทรปราการ จึงเรียกร้องให้กรุงเทพมหานครดำเนินการ?” ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปี ดิฉันไม่ได้เรียกร้องให้ กทม. แก้ปัญหาเพียงหน่วยงานเดียว แต่ติดตามเรื่องนี้กับ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งแขวงทางหลวงสมุทรปราการ เทศบาลในพื้นที่ การไฟฟ้านครหลวง BTS กรุงเทพธนาคม และสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร รวมถึงนำเรื่องเข้าสู่สภาและคณะกรรมาธิการการคมนาคม เพราะเมื่อตามเรื่องไปเรื่อย ๆ จึงพบว่า ปัญหานี้ซับซ้อนกว่าคำว่า “ถนนอยู่สมุทรปราการ ก็ให้สมุทรปราการซ่อม” หลังการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย มีการส่งมอบพื้นที่ โครงสร้าง และทรัพย์สินระหว่างหลายหน่วยงาน ทางหลวง>รฟม.>กรุงเทพธนาคม>BTS แต่กลับเกิดช่องว่างเรื่องอำนาจและความรับผิดชอบในการดูแลระบบไฟส่องสว่างใต้แนวรถไฟฟ้า -เทศบาลพร้อมแก้ แต่ไม่มีอำนาจเหนือทรัพย์สิน -การไฟฟ้านครหลวงพร้อมดำเนินการ แต่ต้องได้รับมอบหมายจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ -ส่วน กทม. ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลอย่างดี แต่การดำเนินการนอกเขต กทม. มีขั้นตอนด้านอำนาจและงบประมาณที่ต้องดำเนินการให้ถูกต้อง เพราะฉะนั้น เรื่องนี้จึงไม่ใช่ “คนกรุงเทพฯ ต้องมาแบกภาระของคนสมุทรปราการ” แต่คือปัญหาจากการส่งต่อโครงการและทรัพย์สินของรัฐ ที่ความรับผิดชอบบางส่วนไม่ชัดเจน จนสุดท้ายประชาชนต้องรับผลกระทบจากช่องว่างระหว่างหน่วยงาน นี่คือเหตุผลที่วันที่ 23 กันยายน ดิฉันนำเรื่องกลับมาหารือในสภาอีกครั้ง และข้อเรียกร้องของดิฉัน ไม่ได้มีต่อ กทม. เพียงหน่วยงานเดียว แต่มี 3 ส่วน 📌 กทม. เร่งกระบวนการตามอำนาจหน้าที่ เพื่อให้ไฟที่มีปัญหา 236 ดวงได้รับการซ่อมแซมโดยเร็ว ซึ่งมีการไฟฟ้านครหลวงที่พร้อมสนับสนุนการดำเนินงาน 📌 แขวงทางหลวงสมุทรปราการ พิจารณาเพิ่มไฟส่องสว่างบนทางเท้าทั้งสองฝั่ง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและไม่พึ่งพาไฟใต้โครงสร้างรถไฟฟ้าเพียงระบบเดียว 📌 รัฐบาล คมนาคม มหาดไทย กทม. รฟม. และท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง หารือร่วมกันให้ชัดว่า ทรัพย์สินส่วนใดเป็นความรับผิดชอบของใคร ใครมีหน้าที่บำรุงรักษา และใครรับผิดชอบงบประมาณ เพื่อไม่ให้ปัญหานี้เกิดขึ้นซ้ำอีก สำหรับดิฉัน ประเด็นสำคัญที่สุดไม่ใช่ว่า “กรุงเทพฯ หรือสมุทรปราการ ใครต้องรับภาระ” แต่คือ ทำอย่างไรให้ไฟกลับมาติด และประชาชนทุกคนที่ใช้ถนนสุขุมวิทกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย หน่วยงานรัฐจะตกลงเรื่องอำนาจ กรรมสิทธิ์ และงบประมาณกันอย่างไร เป็นเรื่องที่รัฐต้องจัดการให้จบ แต่ประชาชนไม่ควรต้องรับความเสี่ยงจากความไม่ชัดเจนของรัฐ โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหนัก น้ำท่วมขัง และทัศนวิสัยไม่ดี เป็นอันตรายอย่างมาก และความปลอดภัยของประชาชนรอไม่ได้ค่ะ
66
132
3,405
Phanida Mongkolsawat (ผึ้ง พนิดา) retweeted
[ จากความคับแค้น สู่การเปิดโปง: ขอเชิญประชาชนและข้าราชการชี้ช่องเบาะแส-หลักฐานการทุจริต เตรียมลุยศึกซักฟอกรัฐบาลอนุทิน ] . จากมติของ กกต. เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาในคดีโกง สว. เพียง 77 ราย จากทั้งหมด 229 ราย และไม่สั่งฟ้องแกนนำ-กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยแม้แต่คนเดียว ถือเป็นฟางเส้นสุดท้ายของสังคม  . นี่ไม่ใช่คดีเล็กๆ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของขบวนการ ‘กินรวบประเทศ’ ที่แผ่ขยายรากฐานครอบคลุมตั้งแต่สภาสูง สภาล่าง องค์กรอิสระ ตำรวจ ระบบราชการ ไปจนถึงการเมืองระดับท้องถิ่น . เหตุการณ์ทุจริตที่เราเห็นรายวัน ไม่ว่าจะเป็น: 🟥 การกักตุนน้ำมัน 🟥 การแสวงหาผลประโยชน์จากกองทุนประกันสังคม 🟥 การโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น 🟥 การถลุงงบประมาณของกลุ่มบ้านใหญ่ . ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแยกส่วนกัน แต่คือขบวนการสืบทอดอำนาจที่เอื้อให้เกิดการทุจริตอย่างเป็นระบบ . เมื่อกลไกการตรวจสอบอื่นๆ ไม่สามารถจัดการความผิดปกติเหล่านี้ได้ พรรคประชาชนจึงขอนำความคับแค้นของประชาชนมาเปลี่ยนเป็นพลังในการตรวจสอบผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แต่การจะล้มโครงสร้างการทุจริตนี้ได้  . ลำพังเพียงข้อมูลจากฝ่ายนโยบายและ สส. อาจไม่เพียงพอ จึงมีความจำเป็นต้องอาศัย ‘ข้อเท็จจริง’ จากประชาชน ข้าราชการที่ตื่นรู้ และคนทำงานวงในที่ทนเห็นประเทศถูกกัดกินต่อไปไม่ไหวแล้ว . ร่วมส่งเบาะแส เอกสารลับ และหลักฐานการทุจริต ฮั้วประมูล หรือการใช้อำนาจมิชอบ ได้ที่: . 📩 antiblue@peoplesparty.or.th . 🔒 หากท่านเป็นข้าราชการหรือผู้ได้รับผลกระทบที่กังวลเรื่องความปลอดภัย ไม่ต้องระบุชื่อหรือข้อมูลที่ระบุตัวตน ข้อมูลทุกชิ้นจะถูกจัดเก็บปลอดภัย ไม่เปิดเผยตัวตน และนำไปใช้เพื่อการเจาะลึกการทุจริตในสภาเท่านั้น
33
7,867
5,001
94,854
Phanida Mongkolsawat (ผึ้ง พนิดา) retweeted
🔴 [ พรรคประชาชนพร้อมยื่น ป.ป.ช. ศุกร์นี้ เอาผิด กกต. ในคดีโกง สว. ] . สืบเนื่องจากมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ในคดีโกง สว. ที่มีคำสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาเพียง 77 คน พรรคประชาชนเห็นว่า มติดังกล่าวสะท้อนถึงการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ และเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เสี่ยงขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 234, พ.ร.ป.ป.ป.ช. มาตรา 172, พ.ร.ป.กกต. มาตรา 69 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 . สำหรับกลไกการฟ้องศาลโดยตรงนั้น เป็นขั้นตอนที่ผู้เสียหาย (เช่น สว. สำรอง หรือผู้สมัคร สว.) สามารถดำเนินการได้ ซึ่งพรรคประชาชนพร้อมสนับสนุนเต็มที่ทั้งในเชิงข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง  . แต่อีกหนึ่งกลไกสำคัญที่พรรคประชาชนสามารถดำเนินการได้เองในฐานะประชาชน คือการยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบ ไต่สวนข้อเท็จจริง และชี้มูลความผิดตามขั้นตอนต่อไป โดยเราเตรียมจะเข้ายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ในวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569 นี้ . และในช่วงเช้าวันนี้ (23 กันยายน) ที่รัฐสภา พรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ @teng_pple และพริษฐ์ วัชรสินธุ @paritw92 ได้แถลงข่าวเปิด 2 หมวดข้อกล่าวหาสำคัญ เพื่อชี้ให้ประชาชนเห็นว่าเหตุใดการลงมติและการทำงานของ กกต. จึงเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และส่อรู้เห็นเป็นใจกับการทุจริต . #พรรคประชาชน #กกต #โกงสว
14
4,695
3,399
49,144
Phanida Mongkolsawat (ผึ้ง พนิดา) retweeted
ทรงศักดิ์ โต้เด้งอธิบดีดีเอสไอเข้ากรุ ชี้ได้ซี 11 เป็นความใฝ่ฝันของข้าราชการ matichon.co.th/politics/news… . #มติชนออนไลน์
1
3
1,687
Phanida Mongkolsawat (ผึ้ง พนิดา) retweeted
คดีฮั้ว สว. ส่อสะดุด DSI เลื่อนถกอัยการไร้กำหนด รอ ‘ปิยะ’ รับไม้ต่ออธิบดี จับตาปมโยกย้ายสกัดข้อมูลหลุดโยงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง ร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ให้มาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แทน พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ ซึ่งถูกโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักนายกรัฐมนตรี (เทียบเท่าระดับซี 11) ได้ก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวสำคัญต่อทิศทางการสืบสวนคดีทางการเมืองระดับชาติ รายงานข่าวจากภายในกระทรวงยุติธรรมระบุว่า การโยกย้ายครั้งนี้มีนัยสำคัญทางการเมือง โดยมีสาเหตุจากความไม่พอใจของฝ่ายการเมืองต่อการทำงานของ DSI ในคดีพิเศษที่ 24/2568 หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. หลังพบว่าเนื้อหาในสำนวนคดี คำให้การของพยานปากสำคัญ และพยานเอกสาร ได้หลุดรอดไปสู่บุคคลภายนอก อาทิ iLaw (โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน) และ พริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน พรรคประชาชน ข้อมูลดังกล่าวถูกนำไปใช้เผยแพร่สู่สาธารณะ และประเมินว่าอาจถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อบุคคลระดับแกนนำทั้งในและนอกพรรคภูมิใจไทย กระแสข่าวยังระบุว่า เป้าหมายของการเปลี่ยนตัวอธิบดี DSI คือความต้องการวางแนวทางและกำกับควบคุมสำนวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. อย่างใกล้ชิด เนื่องจากก่อนหน้านี้ DSI ได้สั่งฟ้องผู้ต้องหากลุ่มแรกไปเพียง 8 ราย แต่อัยการคดีพิเศษมีความเห็นแย้งว่าคดีนี้มีการทำเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำชัดเจน จึงมีคำสั่งให้ DSI กลับไปสอบสวนเพิ่มเติมใน 7 กลุ่มเป้าหมาย 1. กลุ่มบุคคลผู้มีอำนาจตัดสินใจ 2. กลุ่มบุคคลผู้วางแผนและจัดวางระบบปฏิบัติการโปรแกรมออฟไลน์ 3. กลุ่มกรรมการบริหารของคณะบุคคล 4. กลุ่มผู้ปฏิบัติจัดหาผู้สมัคร สว. 5. กลุ่มผู้ได้รับเลือกเป็น สว. ที่มีชื่อและหมายเลขในโพย (จำนวน 141 ราย) 6. กลุ่มผู้สมัคร สว. ประเภทโหวตเตอร์ 7. กลุ่มติวเตอร์ผู้ทำโพย นอกจากนี้ อัยการยังสั่งให้นำความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีมติยกคำร้องคดีฮั้ว สว. ก่อนหน้านี้ เข้ามาประกอบในสำนวนคดีด้วย ล่าสุด (23 กันยายน) มีรายงานว่า การเปลี่ยนผ่านตำแหน่งอธิบดี DSI ส่งผลกระทบโดยตรงให้ความคืบหน้าของคดีอาญาอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ส่อเค้าชะงักงันลงทันที จากเดิมที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษและพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวน มีกำหนดการเตรียมประชุมในช่วงสิ้นเดือนกันยายนนี้ เพื่อวางกรอบรวบรวมพยานหลักฐานตามคำสั่งอัยการที่ตีกลับสำนวน แต่เมื่อ พ.ต.ต. ยุทธนา ซึ่งมีฐานะเป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนถูกโยกย้าย ส่งผลให้การประชุมนัดแรกต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ปัจจุบัน คณะพนักงานสอบสวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. จำเป็นต้องรอจนกว่า ร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล จะได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี DSI อย่างเป็นทางการ และเข้าปฏิบัติหน้าที่เพื่อมอบนโยบาย รวมถึงกำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติในการสืบสวนสอบสวนให้ชัดเจน ก่อนที่จะดำเนินการสรุปสำนวนส่งอัยการคดีพิเศษได้อีกครั้ง #ฮั้วสว
45
378
153
52,991
Phanida Mongkolsawat (ผึ้ง พนิดา) retweeted
รู้ไหม 27 กันยานี้มีอะไร? 😳  . เฉลย: 27 กันยานี้ มีเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม! ไม่ต้องลงทะเบียนก็ไปเลือกตั้งได้แล้ว! ไม่ว่านายจ้างหรือลูกจ้าง ทุกคนที่จ่ายเงินสมทบ มีสิทธิเลือกคนบริหารเงินของตัวเอง  . เช็กลิสต์ก่อนไปคูหา:  ✅ เช็กสิทธิที่ sso.go.th (หรือเซิร์ช "เช็กสิทธิเลือกตั้งประกันสังคม")  ✅ พกบัตรประชาชน หรือเอกสารราชการที่มีเลข 13 หลัก  ✅ ไปให้ถึงก่อน 16.00 น. (ต่อแถวทันในเวลา ยังเลือกได้)  . 🗳️ อาทิตย์ที่ 27 กันยา 🕗 08.00 – 16.00 น.  แล้วไปเจอกันในคูหาเลือกตั้ง . #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม #ประกันสังคม #คนไทยรู้ทัน #fyp
3
583
516
10,344
Phanida Mongkolsawat (ผึ้ง พนิดา) retweeted
รุทธพล เผย DSI รอคำวินิจฉัย กกต. ก่อนส่งอัยการคดีฮั้ว สว. ยันทำงานตามหลักฐาน ไร้การเมืองแทรกแซง วันนี้ (22 กันยายน) พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ดีเอสไอจะส่งสำนวนให้อัยการในคดีฮั้ว สว. ได้เมื่อใด ว่า รอคำวินิจฉัยของ กกต. และเมื่อ กกต. มีคำร้องไปที่ศาล ต้องรอความชัดเจนก่อน และประสานอัยการ เมื่อได้เอกสารเพิ่มเติม ก็คงจะดำเนินการต่อ ส่วนกรณีที่ กกต. ไม่ได้สั่งฟ้องกลุ่มแกนนำจากพรรคการเมือง จะมีการนำมาขยายผลเรื่องฟอกเงินด้วยหรือไม่ พล.ต.ท. รุทธพล ระบุว่า ดีเอสไอได้มีการแจ้งว่าข่าวที่ออกไปไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และขอให้ฟังข่าวจากดีเอสไอโดยตรง จะชัดเจนกว่า ส่วนเกี่ยวข้องกับการโยกย้ายอธิบดีดีเอสไอด้วยหรือไม่ พล.ต.ท. รุทธพล ระบุว่า ไม่น่าจะเกี่ยวข้อง ส่วนจะมีการส่งฟ้องเพิ่มเติมหรือไม่ พล.ต.ท. รุทธพล ระบุว่า รอคำวินิจฉัย กกต. ให้ชัดเจนอีกครั้ง และทางคณะทำงานชุดที่ 24 ของดีเอสไอจะมีการพิจารณาอีกครั้ง ส่วนคดี สว. สีส้ม จะต้องตั้งสำนวนขึ้นมาใหม่หรือไม่ พล.ต.ท. รุทธพล กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้เข้ามาในระบบของดีเอสไอ ตนเองยังไม่ทราบรายละเอียดเรื่องนี้เลย ส่วนกรณี กกต. ส่งฟ้องคดีฮั้ว สว. 77 คน ขณะที่ดีเอสไอส่งฟ้อง 8 คน จะถือว่าดีเอสไอถูกการเมืองแทรกแซงหรือไม่ พล.ต.ท. รุทธพล กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน และตนเองในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่ได้ไปก้าวก่ายอยู่แล้ว เพราะมีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อพยานหลักฐานถึงแค่ไหน ก็ดำเนินการไป และยังมีอัยการมาร่วมสอบด้วย ขนาดอธิบดีดีเอสไอยังไม่สามารถลงไปชี้นำหรือแก้ไขพยานหลักฐานไม่ได้ ซึ่งหลักฐานบางส่วนมีการรวบรวมมาก่อนที่ตนจะมาดำรงตำแหน่ง #TheStandardNews
11
11
11
4,802
ตั้งจริง! ครม.ไฟเขียว ตั้ง ’ปิยะ รักสกุล‘ นั่ง ‘อธิบดีดีเอสไอ’ วันที่ 22 ก.ย.69 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง แทนตำแหน่งที่ว่าง ตามที่กระทรวงยุติธรรม เสนอจำนวน 6 ราย ได้แก่ 1.ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล เป็น อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ 2.พ.ต.ท.พงษ์ธร ธัญญสิริ เป็น อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน 3.นายโกมล พรมเฮ็ง เป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม 4.นางธารินี แสงสว่าง เป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม 5.พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล เป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม 6.น.ส.นันทรัศมิ์ เทพดลไชย เป็น รองปลัดกระทรวงยุติธรรม
23
140
160
15,034
Phanida Mongkolsawat (ผึ้ง พนิดา) retweeted
งานน่าสนใจที่ธรรมศาสตร์
1
394
445
13,971
Phanida Mongkolsawat (ผึ้ง พนิดา) retweeted
ในการเมืองระบบรัฐสภา เป็นที่เข้าใจดีว่าการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองในซีกฝ่ายค้าน ย่อมมีมาตรฐานและรูปแบบที่แตกต่าง กับการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองในซีกรัฐบาล . เพราะในขณะที่พรรคในซีกรัฐบาล ตกลงจับมือกันเพื่อตั้งรัฐบาล, พรรคในซีกฝ่ายค้าน ประกอบไปด้วยพรรคการเมืองที่ (ไม่ว่าด้วยสาเหตุใด) ตัดสินใจไม่ร่วมรัฐบาล หรือ ไม่ถูกเชิญเข้าร่วมรัฐบาล . ด้วยเหตุผลดังกล่าว การทำงานร่วมกันในวิปฝ่ายค้านที่ผ่านมา จึงเป็นการทำงานบนความเข้าใจและการเคารพซึ่งกันและกัน ว่าพรรคในซีกฝ่ายค้าน อาจมีจุดยืน อุดมการณ์ หรือแนวคิดทางนโยบาย ที่แตกต่างกันได้ . อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ผมยืนยันว่าพรรคในซีกฝ่ายค้านควรมีร่วมกัน คือจุดร่วมในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลไม่ให้ทำงานผิดทิศผิดทาง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน . เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรม ได้มีมติให้ สส. จากพรรค ลงมติเห็นชอบ กับ พ.ร.บ. งบประมาณ 2570 ของรัฐบาล ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่: - (1) ขัดกับมติวิปฝ่ายค้านในวาระสำคัญดังกล่าว (มติวิปฝ่ายค้าน คือ “ไม่เห็นชอบ” หรือ งดออกเสียง“ ตามมติของแต่ละพรรค) - (2) ก่อให้เกิดคำถามถึงสถานะและเจตนารมณ์ของพรรคกล้าธรรมในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลปัจจุบัน ยิ่งเมื่อประกอบกับความไม่ชัดเจนของพรรคต่อการยื่นญัตติและลงมติในวาระอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ . ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ผมได้หารือกับตัวแทนจากพรรคกล้าธรรมหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว และได้ตกลงร่วมกันในการปรับพรรคกล้าธรรม ออกจากองค์ประกอบของคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ทั้งนี้ เพื่อให้กลไกของรัฐสภาที่ถูกออกแบบไว้สำหรับฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาล ถูกใช้โดยพรรคการเมืองที่มีเจตจำนงในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน . อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่พรรคกล้าธรรมมี สส. ที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนถึง 58 คน ผมจะยังคงทำหน้าที่ประสานงานกับตัวแทนของพรรคกล้าธรรมต่อไป เพื่อคุ้มครองสิทธิอันชอบธรรมของ สส. พรรคกล้าธรรม ในการมีพื้นที่ทำงานในสภาในฐานะผู้แทนราษฎร ผ่านกลไกที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน (เช่น เวลาในการอภิปรายวาระทั่วไป / โควต้าการปรึกษาหารือปัญหาในพื้นที่) . ในวันพรุ่งนี้ ผมจะนำเสนอรายชื่อกรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่ ต่อผู้นำฝ่ายค้านฯ เพื่อพิจารณาเสนอต่อประธานสภาตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งจะมีผลให้พรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบไปด้วย 5 พรรค คือ: . 1. พรรคประชาชน 2. พรรคประชาธิปัตย์ 3. พรรคไทยภักดี 4. พรรคเสรีรวมไทย 5. พรรคไทรวมพลัง (ซึ่งเพิ่มเข้ามาในสมัยประชุมนี้ หลังจากพรรคเริ่มมีการลงมติในทิศทางเดียวกันกับฝ่ายค้านในวาระสำคัญ (เช่น พ.ร.ก. เงินกู้ / พ.ร.บ. งบประมาณ 2570)) . โดยสำหรับวาระเฉพาะหน้า พวกเรา 5 พรรค มีภารกิจสำคัญร่วมกัน ในการยื่นญัตติเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล โดยเร็วที่สุด
22
499
749
16,873
Phanida Mongkolsawat (ผึ้ง พนิดา) retweeted
🤔 [ ประชาชนรู้ไหม? อาทิตย์ที่ 27 กันยายนนี้ มีเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ] . ช่วงเย็นที่ผ่านมา ไอซ์-รักชนก ศรีนอก @nanaicez พร้อมทีมงาน ลุยพื้นที่สถานีรถไฟฟ้าย่านใจกลางเมือง (ช่องนนทรี-ศาลาแดง-สยาม-ชิดลม) ถามความเห็นประชาชน 100 คน ทราบหรือไม่ว่าวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ (27 ก.ย.) จะมีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม!  . จากการได้พูดคุยกับประชาชน รักชนกสะท้อนความกังวลใน 2 ประเด็นสำคัญ คือ . ⚠️ (1) ประชาชนส่วนใหญ่ “ยังไม่ทราบ” ว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น สะท้อนชัดว่าการประชาสัมพันธ์จากหน่วยงานรัฐที่ผ่านมายังไม่ทั่วถึง ทำให้ผู้ประกันตนจำนวนมากอาจเสียโอกาสในการร่วมกำหนดอนาคตสวัสดิการของตนเอง . ⚠️ (2) ฝั่งนายจ้างน่าจะมาใช้สิทธิกันน้อย เพราะกำหนดระเบียบขั้นตอนไว้ยุ่งยากซับซ้อนมาก โดยเฉพาะนายจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องเตรียมเอกสารจำนวนมาก ทั้งหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (อายุไม่เกิน 6 เดือน) หนังสือมอบอำนาจ/มอบหมาย และสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ จนกลายเป็นเงื่อนไขที่บั่นทอนการมีส่วนร่วมของประชาชน . 📌 เราขอย้ำเตือนอีกครั้งชัดๆ วันอาทิตย์นี้ ผู้ประกันตน “ไปใช้สิทธิได้เลย” ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าแล้ว! โดยสามารถตรวจสอบสิทธิและหน่วยเลือกตั้งของตัวเองได้ที่ sso.go.th/sbe2/ . การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือการร่วมกำหนดอนาคตสวัสดิการของคนทำงานทุกคน . พรรคประชาชนขอเชิญชวนพี่น้องแรงงานและนายจ้างทุกท่าน ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 นี้ เพื่อให้ได้ตัวแทนเข้าไปบริหารเงินกองทุนอย่างโปร่งใส เกิดประโยชน์สูงสุด และเปลี่ยนประกันสังคมให้เป็นสวัสดิการที่พึ่งพาได้ของทุกคนอย่างแท้จริง
2
396
370
8,257