coffee shop owner @dotcafe | bookstore owner dot.b | Man Utd supporter | movie watcher | book reader | music listener | life liver

Songkhla, Thailand
ifine retweeted
BLEACH 💔🕊️
29
3,101
15,560
226,796
ifine retweeted
호구와트
92
3,335
22,071
305,204
ifine retweeted
ถ้าอยากไปจีน แต่ไม่รู้ว่าอยากไปเมืองไหน ลองเลือกจากสิ่งที่ตัวเองชอบหรืออยากเจอ 🇨🇳 - ถ้าอยากเจอหิมะฟู ๆ วิวขาวโพลนเหมือนหลุดเข้าไปในเทพนิยาย : ฮาร์บิน - ถ้าอยากเห็นทะเลสีฟ้า เมืองสวย ๆ บรรยากาศโรแมนติก : ต้าเหลียน - ถ้าอยากสัมผัสเมืองจีนโบราณ บ้านเรือนริมน้ำ : ซูโจว - ถ้าอยากย้อนประวัติศาสตร์จีน ดูกำแพงเมืองจีน : ปักกิ่ง - ถ้าอยาก shopping ของถูก เดินตลาดค้าส่ง หรือเกี่ยวกับธุรกิจ : กว่างโจว - ถ้าอยากเดินเล่นริมแม่น้ำ ชมตึกสวย ๆ และสัมผัสความเป็นเมืองท่า : ชิงเต่า - ถ้าอยากเห็นทะเลสาบสีมรกต น้ำตก และธรรมชาติระดับโลก : จิ่วจ้ายโกว - ถ้าอยากสัมผัสเมืองจีนที่มีความทันสมัย เทคโนโลยีล้ำ ๆ : เซินเจิ้น - ถ้าอยากสัมผัสเมืองที่มีเอกลักษณ์ แสงไฟสวย และรถไฟทะลุตึก : ฉงชิ่ง - ถ้าอยากเที่ยวเมืองใหญ่ แสงสี เจอผู้ชายหล่อ ๆ เดินไปทางไหนก็เหมือนเดินอยู่ในซีรีส์ : เซี่ยงไฮ้ - ถ้าอยากเจอหนุ่มตี๋ แต่งตัวดี มีสไตล์ : หางโจว - ถ้าอยากเจอแพนด้า กินหม่าล่า และใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ และหนุ่มหล่อหน้าคม ลุคอบอุ่น : เฉิงตู
24
2,918
3,588
113,596
จุดสามจุด. . . พบได้ทั่วไป. . . วิธีใช้มีรายละเอียดกว่าที่คิด. . . จุดสามจุด จุดจุดจุด มีชื่อทางการว่า “จุดไข่ปลา” หรือ “เครื่องหมายไข่ปลา” (ellipsis / ellipsis dots) เป็นเครื่องหมายที่พบเห็นได้บ่อยมาก ใครเขียนฟิคหรือนิยายได้ใช้แน่นอน มีวิธีใช้ 5 แบบ ดังนี้ 1. ใช้เพื่อแสดงให้เห็นว่าประโยคแผ่วลงและสิ้นสุดโดยที่ยังไม่ครบความ • But—oh, that music! That music! . . . • No, certainly not; on the contrary . . . I only meant . . . 2. ใช้เพื่อแสดงการครุ่นคิด พินิจพิจารณา หรือความลังเล • She could tell herself that the journey had been worthwhile . . . that every wrong turn had taught her something . . . that the destination no longer mattered . . . but she still unfolded the map each morning. • I had finally planted something and watched it grow; however small it was, it was mine . . . Now, where could I put it so it would catch the sun? • Perhaps . . . perhaps. There was still another way. 3. ใช้เพื่อแสดงว่าเราได้ละคำหนึ่งคำหรือมากกว่าในประโยคที่ยกมา • The gardener’s note offers practical advice: “Give the seedlings plenty of sunlight . . . and shelter them from strong winds.” (ประโยคเต็ม: “Give the seedlings plenty of sunlight, water them regularly, and shelter them from strong winds.”) • The review praises the novel’s restraint, noting that “its strength lies in the quiet conversations . . . rather than in dramatic events.” (ประโยคเต็ม: “its strength lies in the quiet conversations between its characters rather than in dramatic events.”) 4. ใช้สี่จุด (ellipsis + full stop) เมื่อละข้อความส่วนท้ายของประโยค โดยยังคง full stop ที่ปิดประโยคไว้ (มี space ก่อนจุดแรก) • During the station’s anniversary broadcast, the presenter read from an old railway announcement: “Passengers for the coast / Please board the waiting train . . . .” • After examining the telescope’s first images, the observer noted: “The clarity of the lunar craters exceeded our expectations . . . . Finer details . . . along the shadowed rim, remained difficult to distinguish.” 5. ใช้สี่จุด (full stop + ellipsis) เมื่อเราละเนื้อหาที่อยู่หลังประโยค แต่ข้อความที่ยกมายังไม่จบ (ไม่มี space ก่อนจุดแรก [full stop]) • The workshop guide explains why careful preparation matters. “A clean surface,” the instructor writes, “allows the paint to spread evenly and adhere properly. . . . Let each coat dry before applying the next.” . ทั้งนี้ ข้อควรระวังมี 3 ข้อ ได้แก่ 1. ไม่ควรใช้จุดไข่ปลาขึ้นต้นข้อความที่ยกมา ไม่ใช่: The festival programme describes the final performance as “. . . a procession of illuminated boats, accompanied by drums and flutes, that glides across the lake after sunset.” แต่เป็น: The festival programme describes the final performance as “a procession of illuminated boats . . . that glides across the lake after sunset.” ข้อยกเว้น: ในนิยายหรือบทพูดอาจใช้จุดไข่ปลาขึ้นต้นได้ เพื่อแสดงน้ำเสียงหรือความลังเลของผู้พูด “What were you going to say?” “. . . Nothing. Forget it.” 2. ระหว่างแต่ละจุด ต้องมี space ไม่ใช่: … แต่เป็น: . . . (ข้อนี้ tricky นิดนึง ลองไปรีเสิร์ชมาเพิ่ม มันแล้วแต่ว่ายึดสไตล์แบบไหน ของ Chicago บอกให้เว้น แต่ AP ไม่ต้องเว้น ส่วน Oxford (เท่าที่ไปเปิดมา) บอกแค่ว่ามี space หรือไม่มีขึ้นอยู่กับ สนพ. โดยไม่ได้เจาะจงว่าต้องใช้แบบไหน แต่ลองกวาดตาดูหน้าอื่น ๆ แล้ว Oxford ใช้แบบติดกัน) 3. ไม่ควรแยกจุดไข่ปลากลุ่มเดียวกันให้ไปอยู่คนละบรรทัด (ข้อนี้ต้องใช้ภาพบรรยาย แปะไว้ในเม้นละ แนบไว้ต้นโพสเดี๋ยวมันไปบีบภาพปก จะไม่สวยเอา 55555) . . . ปกติเวลาเขียนอะไรแบบนี้จะรวมเนื้อหาจากหนังสือหลาย ๆ เล่มแล้วเอามาเรียบเรียงใหม่ แต่ของเคส ellipsis นี่รู้สึกของ Chicago เขียนเคลียสุดเลยแปลมาทั้งดุ้นเลย แล้วก็ดัดแปลงตัวอย่างให้มันง่ายขึ้น (ตัวอย่างของ Chicago บางอันนี่ยากเกิน) ใครมีอะไรอยากถามเม้นมาได้เลย
1
64
148
3,993
ifine retweeted
maybe one of her most beautiful speeches, will forever be in awe of her eloquence
49
3,402
13,052
1,000,815
Look back ชอบฉากจบในเวอร์ชั่นอนิเมะที่สุด ตอนได้ดูครั้งแรกคือกรี้ดไปเลย ช็อตเดียวจากในมังงะแต่เอามาแปลงเป็นเมะได้สุดยอดมาก
1
109
เสียงปากกาขีดกระดาษใน look back นี่โคตรดี แต่แอบไม่ชอบเสียงปากกาแทบเลตในตอนท้ายๆ 555+ มันเสียงขีดๆเหมือนกันแต่ไม่ใช่ฟีลเดียวกันอะ
1
157
RT @moonyserin: Sonnet 116 เป็นบทกลอนของเชคสเปียร์ที่เราชอบที่สุด ทุกครั้งที่ได้อ่านจะรู้สึกว่า ให้อภัยตัวเองได้มากขึ้นที่เลือกเรียนตามใจรั…
182
7
Look back มังงะเกี่ยวกับเด็กสาวที่วาดมังงะ ความพยายาม มิตรภาพ ความฝัน และการลุกขึ้นจากความสูญเสีย เวอร์ชั่นอนิเมะก็ถ่ายทอดต้นฉบับได้งดงาม เวอร์ชั่นหนังก็ดัดแปลงเป็นภาพยนต์ได้มีชีวิตชีวา รักทุกเวอร์ชั่นเลย ฮืออ
1
97
ได้เห็นฉากพวกนี้ทั้งในเมะทั้งในหนังแล้วโคตรดี
19
ifine retweeted
ปิตา (ธิปไต) ย รวมเรื่องสั้นที่ได้รับการรีวิวว่าค่อนข้างเกรี้ยวกราด ทว่า บาดลึก เฉือดเฉือน และเปิดแผลให้เห็นแบบไม่ยั้งมือหลากหลายอารมณ์ทุกข์ความรู้สึก เธอยอมรับว่า เป็นนักเขียนเฟมินิสต์ ภายหลังผ่านเรื่องราวมากมาย มองเห็น สัมผัสถึงปิตาธิปไตยในสังคมไทย จนเกินกว่าจะนิ่งเงียบ BookBar สนทนากับ ‘ชิรณะ’ ผู้เขียนหนังสือ ปิ(ตาย) Wish We All Die in Peace หนังสือที่จะเล่าถึงแหล่งกำเนิดของ ‘ปิตาย’ และกระบวนการทำงานของนักเขียนคนหนึ่งที่เขียนงานหลากหลายแนว ฟังทั้งหมดได้ทุกช่องทางของ 'ประชาไท' . YouTube : youtu.be/VleIPoV8cDs Spotify : pct.fyi/podcast-spotify Apple Podcasts : pct.fyi/podcast-apple Podbean : pct.fyi/podbeen #BookbarPodcast #PrachataiPodcast #BookBar #Prachatai #ปิตาย #WishWeAllDieinPeace #ชิรณะ #หนังสือ #book
11
15
3,036
ifine retweeted
— — — — — อ่านมาทั้งหมดนี้ ทุกท่านคงเห็นเหมือนดิฉันค่ะ หนึ่งปีผ่านไป คำถามเดิมยังไม่ได้คำตอบเดิม เอกสารไม่ส่ง กฎหมายก็อ้างไม่ได้ กำไรจำไม่ได้ รายชื่อคนขายก็ไม่ให้ สัญญาก็ไม่ยอมเปิด ทุกครั้งที่ถามว่าเงินของทหารผ่านศึกไปอยู่ที่ไหน คำตอบที่ได้คือความเงียบ แต่พอถามเรื่องโบนัสผู้บริหาร กลับมีระเบียบที่ออกเองและเซ็นเองรองรับไว้อย่างเรียบร้อย ดิฉันอยากถามตรง ๆ ว่า มีหน้าไปมองตาพ่อแม่พี่น้องทหารผ่านศึกได้ยังไง คนที่เคยแบกปืนไปรบ คนที่เสียขา เสียแขน วันนี้ยังต้องเขียนจดหมายร้องเรียนว่าเข้าไม่ถึงสิทธิของตัวเอง ขณะที่องค์กรที่ตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลพวกเขา ไม่กล้าแม้แต่จะบอกว่าสลากของทหารผ่านศึกไปอยู่ในมือใคร ถ้าไม่มีอะไรต้องปิด ก็เปิดมาเลยค่ะ 20 ธันวาคมนี้ ดิฉันจะติดตามว่า อผศ. ทำตามที่ยืนยันไว้กลางที่ประชุมหรือไม่ ฝากทุกคนช่วยกันจับตา เพราะเงินนี้เป็นของทหารผ่านศึก ไม่ใช่ของทุนเทารายใด  khaosod.co.th/politics/news_… ดิฉันคงต้องตั้งคำถามกับผู้บริหารองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกว่า #ทหารมีไว้ทำไม ทหารมีไว้ไปออกรบ แต่คนที่ไปรบมาจริงๆ เงินรายปียังไม่ได้เท่าคนนั่งห้องแอร์ที่ออกระเบียบมาปรนเปรอให้โบนัสตัวเองเลย ทำไมถึงกล้าทำได้แบบไม่อาย (4/4)
3
64
79
1,685
1
1
32
373
Look back เหมือนคนจะดูไม่เยอะเท่าไหรเลย อยากให้ได้ดูกันเยอะๆ
1
225
A beautiful tribute to the legendary Patrick Stewart! 🎨 ✏️Artist: Sean Anetsberger (the_art_coach) #PatrickStewart #StarTrek #PortraitArt
6
25
255
13,841
หลังจากวานนี้ (29 ต.ค. 69) เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท. สอบปากคำ "ชัยรัตน์" ผู้ถูกกล่าวหาเป็นแอดมินเพจ Godd Dam เพิ่มเติม โดยเป็นการสอบปากคำในช่วงค่ำตั้งแต่ 19.30 น. จนถึงเวลาประมาณ 22.00 น. เช้านี้ เวลาราว 10.00 น. ตำรวจเตรียมจะนำตัวชัยรัตน์ไปขอฝากขังระหว่างสอบสวนต่อศาลอาญาต่อไป ขณะที่ทนายความเตรียมยื่นคัดค้านการฝากขังดังกล่าว 📌 ย้อนอ่านข่าว tlhr2014.com/archives/87496
1
31
18
2,263
👉องค์การทหารผ่านศึกชี้ช่องรวย! สอนวิธีเปลี่ยน 'โควตาหวยรัฐบาล' ให้กลายเป็นเงินทอนปีละหลายร้อยล้านโดยไม่ผิดระเบียบราชการ👈 ถ้าคุณคิดว่าการทุจริตในระบบราชการไทยต้องเป็นการยักยอกเงินสด หรือการรับสินบนใส่ซองสีน้ำตาลใต้โต๊ะแบบโบราณ... คุณกำลังประเมินสกิลวิศวกรรมการเงินของคนนั่งห้องแอร์ต่ำไปมาก เพราะนี่คือโมเดลการฟอกส่วนต่างที่แนบเนียน ชาญฉลาด และถูกต้องตามระเบียบทุกระเบียดนิ้ว แต่เป็นโมเดลที่เหยียบอยู่บนคราบเลือดและหยาดน้ำตาของทหารผ่านศึกผู้สูญเสียอวัยวะทั่วประเทศ เรื่องมันเริ่มจาก "สินทรัพย์ตั้งต้น" ที่ประเมินค่าไม่ได้ รัฐบาลไม่ได้จัดสรรโควตาสลากกินแบ่งให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) เพราะเห็นว่าองค์กรนี้เก่งกาจด้านการค้าขาย แต่รัฐบาลมอบให้งวดละราว 1,000,000 ใบ (10,988 เล่ม) ตกปีละกว่า 26,000,000 ใบ เพราะสิ่งนี้ถูกแลกมาด้วยชีวิต แขน ขา และดวงตาของคนที่ออกไปรบเพื่อประเทศชาติกลับมา เจตนารมณ์มีเพียงข้อเดียว เอาโควตานี้ไปให้ทหารผ่านศึกตัวจริงขายเพื่อเลี้ยงชีพ หรือแปรเปลี่ยนกำไรทั้งหมดกลับมาเป็นกองทุนสวัสดิการ ค่ายา และเงินยังชีพให้คนที่พิการ แต่นักบริหารห้องแอร์มองเห็นขุมทองที่ซ่อนอยู่ในกระดาษใบเล็กๆ ที่ใช้พับนกได้ตอนโดนหวยแดกเหล่านี้ หลักสูตรวิศวกรรมการเงิน Step ที่ 1 ทำความเข้าใจสิ่งที่เรียกว่า Arbitrage (ส่วนต่างที่ไร้ความเสี่ยง) กองสลากส่งมอบสลากให้ อผศ. ในราคาทุนใบละ 70.40 บาท แต่ทุกคนรู้ แฟนคลับรู้... ว่าสลากกินแบ่งในตลาดทั่วไปถูกนำไปรวมชุดและขายส่งให้ยี่ปั๊วในราคาใบละ 90 ถึง 105 บาท ส่วนต่างตรงนี้คือ 20 ถึง 30 บาทต่อใบ ใช้ความรู้คณิตศาสตร์ระดับประถมคูณเลขดู งวดละ 1 ล้านใบ = ส่วนต่างงวดละ 20,000,000 ถึง 30,000,000 บาท ปีหนึ่งมี 24 งวด = ส่วนต่างเงินสดที่ลอยไปลอยมาสูงถึง 500,000,000 ถึง 720,000,000 บาทต่อปี นี่ไม่ใช่ตัวเลขที่มโนขึ้นมาเองนะ มันคือเงินสดหมุนเวียนก้อนยักษ์ที่เกิดขึ้นทุกๆ 15 วัน หลักสูตร Step ที่ 2 การขายแบบ "คนดีมีศีลธรรม" ถ้าคุณเป็นผู้บริหารที่อยากทำเพื่อทหารผ่านศึกจริงๆ คุณก็แค่เอาสลาก 1 ล้านใบนี้ไปขายในราคาตลาด แล้วเอากำไร 500-700 ล้านบาทนั้น เข้ากองทุนทหารผ่านศึกให้หมด แต่ถ้าทำแบบนั้น เงินจะกลายเป็นรายได้แผ่นดินทันที เงินถูกส่งเข้าบัญชีงบประมาณ ต้องถูก สตง. เข้ามาตรวจสอบ ต้องเปิดเผยต่อสภาผู้แทนราษฎร และที่สำคัญที่สุด... คนข้างในจะแตะต้องเงินก้อนนี้ไม่ได้แม้แต่บาทเดียว อผศ. จึงคิดค้นนวัตกรรมการขายสุดล้ำเลิศบรรเจิด ที่ไม่มีนักธุรกิจที่สติดีคนไหนในโลกทำกัน นั่นคือการนำสลากทั้งหมดไปทำสัญญาส่งมอบให้บริษัทเอกชนคนกลาง ในราคาใบละ 70.40 บาทถ้วน ขายให้ในราคาทุนเป๊ะ ไม่บวกกำไรให้องค์กรสักสลึง ลองนึกภาพตามง่าย ๆ เหมือนคุณได้รับสิทธิครอบครองที่ดินทองคำใจกลางสยามสแควร์มาฟรีๆ แทนที่คุณจะเปิดให้เช่าหารายได้เข้าบ้าน คุณกลับยกสิทธินั้นให้เพื่อนสนิทไปเปิดห้าง โดยเก็บค่าเช่าเท่ากับภาษีที่ดินแบบไม่เอากำไรสักบาท หลักสูตร Step ที่ 3 แปลงส่วยให้กลายเป็น "บุญ" ด้วยคำว่า "จิตศรัทธา" เมื่อเอกชนได้รับสลากไปในราคาทุน 70.40 บาท เอกชนก็นำไปปล่อยในตลาดมืด ฟันกำไรเนื้อๆ เน้นๆ ปีละหลายร้อยล้านบาทเข้ากระเป๋าตัวเอง แล้ว อผศ. ได้อะไร? นี่แหละคือท่าไม้ตายที่เอามาบอกชี้ช่องรวย อผศ. ไม่ทำสัญญาค้ากำไร แต่ทำสัญญาปากเปล่า (ชายชาติชาติทหารเขาต้องใจ ๆ กันดิวะ) ให้เอกชนนำเงินกลับมาบริจาคให้ตามจิตศรัทธา คำว่า "เงินบริจาค" ในทางกฎหมาย มีสถานะวิเศษราวกับเวทมนตร์ เพราะมันไม่ใช่เงินรายได้จากการขายสลาก มันจึงไม่ต้องเข้า พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง ไม่ต้องเปิดประมูล ไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบการเงินที่เข้มงวด และไม่ต้องตอบคำถามใครว่าทำไมปีนี้ได้มาก ปีนี้ได้น้อย จากเงินส่วนต่างในตลาดปีละ 500–700 ล้านบาท... มีเงินบริจาคไหลกลับเข้ามาที่ อผศ. เพียงปีละประมาณ 70 ล้านบาท แล้วเงินส่วนต่างอีกกว่า 400 - 600 ล้านบาทต่อปี หายไปไหน? อยู่ในกระเป๋าใคร? มีเงินทอนกลับมาให้ใครใต้โต๊ะหรือไม่? ไม่มีใครรู้ เพราะมันถูกซ่อนอยู่ในคำว่าความสมัครใจของผู้บริจาค หลักสูตร Step ที่ 4 สถานีปลายทาง... ห้องแอร์ของผู้บริหาร เงินที่ไหลกลับเข้ามาในคราบเงินบริจาค ดูเหมือนจะถูกนำเข้าสู่ระบบที่เรียกว่า "7 กิจการพิเศษของ อผศ." ซึ่งมีสำนักงานจัดจำหน่ายสลากกินแบ่งและบุหรี่เป็นหนึ่งในนั้น จากนั้น กลไกมหัศจรรย์ชิ้นสุดท้ายที่จะพาให้ "รวยไม่ไหว" ก็ทำงาน ผู้บริหารระดับสูงใช้อำนาจภายในองค์กร "ออกระเบียบเอง ลงนามอนุมัติเอง" เพื่อจัดสรรเงินรางวัลประจำปี หรือ "โบนัส" ให้กับตัวเอง นั่งบริหารจัดการโควตากระดาษอยู่ในห้องแอร์ ไม่ต้องเสี่ยงตาย ไม่ต้องออกแดด แต่ได้รับโบนัสปีละหลายหมื่นถึงหลายแสนบาท ถูกต้องตามระเบียบที่ตัวเองเป็นคนเซ็นทุกประการ คราวนี้ลองตัดภาพมาดูความเป็นจริงที่กรีดแทงหัวใจคนไทยทั้งประเทศ ในขณะที่คนนั่งห้องแอร์รับโบนัสจากกิจการหวยปีละหลายรอบ... ทหารผ่านศึกชั้นที่ 1 ผู้สูญเสียแขน ขา ตาบอด หรือทุพพลภาพจากการเหยียบกับระเบิดในสมรภูมิ กลับได้รับเงินเลี้ยงชีพและเงินผดุงเกียรติเพียงน้อยนิด บางคนได้หลักร้อย บางคนได้พันกว่าบาทต่อเดือน ทหารผ่านศึกตัวจริงจำนวนมากยังต้องเขียนจดหมายร้องเรียนว่าเข้าไม่ถึงสิทธิรักษาพยาบาล ครอบครัวยากจนข้นแค้น ลูกหลานไม่มีทุนเรียนหนังสือ และทหารผ่านศึกที่เดินกะเผลกขายลอตเตอรี่อยู่ตามสี่แยก แทบไม่มีใครเคยได้สัมผัสโควตา 70.40 บาทนี้เลยแม้แต่คนเดียว พวกเขาต้องไปรับหวยต่อมาจากยี่ปั๊วในราคาใบละ 90 กว่าบาท เพื่อมาเดินขายกำไรใบละ 5 บาท 10 บาท ประทังชีวิต เลือดเนื้อที่เสียสละเพื่อชาติ ถูกนำมาแปรรูปเป็นตั๋วทองคำให้ไอ้ตัวอัปรีย์ตัวไหนเสวยสุข และให้ผู้บริหารนำมาแจกโบนัสให้ตัวเอง ความพีคที่สุดเพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ในห้องประชุมกรรมาธิการติดตามงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เมื่อ สส. เรียกตรวจเอกสาร 7 รายการ ทั้งงบการเงิน สัญญากับเอกชน และรายชื่อตัวแทน 130 รายที่อ้างว่าเป็นผู้ขาย ผู้แทน อผศ. กลับตอบกลางสภาด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า: "เอกสารทั้งหมดส่งต้นฉบับให้ ป.ป.ช. ไปหมดแล้ว อผศ. ใช้ระบบกระดาษ ไม่มีไฟล์คอมพิวเตอร์ และไม่มีสำเนาเก็บไว้เลยแม้แต่แผ่นเดียว" ในยุคที่ประเทศไทยพูดถึง AI... หน่วยงานที่บริหารเงินปีละหลายพันล้าน อ้างหน้าตาเฉยว่า "เราไม่มีคอมพิวเตอร์ และทำสำเนาเอกสารไม่เป็น" เพื่อปกปิดว่าโควตาหวยของทหารผ่านศึกไปตกอยู่ในมือเอกชนเจ้าไหน นี่ไม่ใช่ความล้าหลังของระบบราชการ มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าแค่ข้ออ้างที่จงใจสร้างขึ้น เพื่อขัดขวางทำลายการตรวจสอบ แต่เกมนี้กำลังจะจบลง เพราะสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลยืนยันกลางสภาแล้วว่า โควตาทั้งหมด 1 ล้านใบนี้ "สามารถนำเข้าขายบนแอปพลิเคชัน 'เป๋าตัง' ได้ทันที 100%" ถ้าขายผ่านเป๋าตัง: ยี่ปั๊วคนกลางจะสูญพันธุ์ทันที เครือข่ายนอมินี 130 รายชื่อผีจะหายไปในพริบตา กำไรทุกบาททุกสตางค์จะถูกโอนตรงเข้าบัญชีสวัสดิการของทหารผ่านศึกตัวจริงโดยไม่ต้องผ่านจิตศรัทธาของใคร เดดไลน์ที่กองสลากขีดเส้นไว้คือ วันที่ 20 ธันวาคมนี้ จับตาดูกันให้ดีว่า ผู้บริหาร อผศ. จะยอมกดปุ่มพาทหารผ่านศึกเข้าสู่ระบบดิจิทัลที่โปร่งใส... หรือจะยอมแถต่อหน้าประชาชน เพื่อปกป้องระบบโควตากระดาษและเงินทอนหลายร้อยล้านไว้ให้ใครบางคนต่อไป แต่บอกไว้ตรงนี้เลยนะ... อย่าคิดว่าเรื่องนี้จะเงียบหาย เพราะพวกเราจะไม่มีวันหยุดล่า จะตามขุดให้ถึงราก จะกระชากดากออกมาให้แผ่นดินนี้ได้เห็นว่า อ้ายอีหน้าไหนที่กล้าสูบเลือดเนื้อของคนที่ไปรบมาปรนเปรอชีวิตตัวเอง! วงจรอุบาทว์ที่หากินบนแขนขาและความพิการของทหารชั้นผู้น้อย... มันโยงไปถึงนายทุนคนไหน สาวไปถึงเก้าอี้ของใคร ยศใหญ่แค่ไหน...เดี๋ยวได้รู้กัน
ท่านใดรักชาติ หวงแหนแผ่นดิน ห่วงใยพ่อแม่พี่น้องทหารผ่านศึก อย่าเลื่อนผ่าน ดิฉันอยากชวนทุกคนมาช่วยกันตามล่าหาส่วนต่างจากโควต้าหวยของทหารผ่านศึก รวมถึงเงิน 7กิจการ ขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ว่ามันถูกบริการจัดการไปอย่างโปร่งใส ถึงมีคนไปรบมาจริงหรือไม่ หรือ มีใครมาหาเศษหาเลยหรือป่าว  ถ้าทุกคนยังจำกันได้ ปีที่แล้ว ดิฉันและธนเดช ตั้งคำถามว่าทำไมโควตาหวยขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) งวดละราว 1 ล้านใบ (10,988 เล่ม เล่มละ 100ใบ) ถึงถูกขายในราคาทุนให้คนกลางที่ไม่เปิดเผยชื่อ!? คืองี้ อผศ. ได้โควต้าสลากกินแบ่งจากกองสลากมางวดละ ล้านใบ ต้นทุนใบละ 70.4บาท เพื่อเอาขายได้กำไรมาแล้วให้มาแจกจ่ายกับพ่อแม่พี่น้องทหารผ่านศึก หรือ ให้ทหารผ่านศึกได้เอาไปขายเพื่อเลี้ยงชีพ แต่ อผศ กลับเอาหวยที่ได้มา ไปทำสัญญากับเอกชน ขายให้เอกชน 70.4บาท ราคาทุนเป๊ะ ไม่บวกกำไร แล้วให้เอกชนเอาไปขายแล้วบริจาคกลับมาให้ตามจิตศรัทธา แบบนี้ได้หรอ ? ได้ไม่ได้ไม่รู้ แต่ทำแบบนี้กันมาช้านาน โดยมีแค่สัญญาปากเปล่าว่าเอกชนจะบริจาคกลับ อผศ. กำลังเอื้อผลประโยชน์ให้ใครหรือไม่ ? เอกชนพวกนั้นมีตัวตนจริงไหม ? หรือ แค่ นอมินีมารับหวยให้ใครเฉยๆ ทำให้เงินกว่า 200 ล้านบาทต่อปี ไม่ถึงมือทหารผ่านศึกตัวจริง ขณะที่ทหารชั้นผู้น้อยยังต้องร้องเรียนว่าเข้าไม่ถึงสิทธิ/สวัสดิการที่ควรได้ คนที่เสียอวัยวะ สละชีพ ในสนามรบจริงๆ ต้องรอสวัสดิการที่ไม่มาถึง แต่เงินของพวกเขากลับไหลไปที่อื่น เราถามอดีต ผอ.อผศ. ที่ลงสมัครกับพรรคกล้าธรรมไปแล้วว่าเคยเห็นความผิดปกติไหม จัดการไปกี่เคส facebook.com/reel/1097285355…  หนึ่งปีผ่านไป ยังไม่มีคำตอบ เมื่อวานนี้ (28 ตุลาคม) ดิฉันจึงเชิญผู้แทนของ อผศ. เข้ามาชี้แจงในคณะกรรมาธิการติดตามงบฯ พร้อมทั้งขอเอกสารไปทั้งหมด 7 รายการ แต่ไม่ได้แม้แต่แผ่นเดียวเลย ทุกท่านเชื่อไหมว่า อผศ. ชี้แจงยังไงในกรรมาธิการอย่างไร  -เชิญ ผอ.มา 2 ครั้ง ไม่ตอบรับ  -ขอเอกสารไป 7 รายการ ซึ่งเกี่ยวกับงบการเงิน ผู้ที่รับโควต้าจาก อผศ การจ่ายโบนัส ไม่ให้ เอกสารตามนี้เลย -ชี้แจงไปเหวี่ยงไป หงุดหงิดใส่ กมธ ไป แบบเก็บทรงไม่อยู่ขนาดหนัก (1/4)
11
8
1,812
13
451
2,841
ระบบคิวแทกซี่สุวรรณภูมิที่ให้กดบัตรคิวแล้วเดินไปหารถที่จอดในช่องก็ดูสะดวกดี แต่ป้ายช่องมันงงไปหน่อย เห็นเลขทะเบียนชัดกว่าเลขช่อง ในบัตรคิวเลขช่องใหญ่ เห็นได้เลย แต่เลขทะเบียนต้องอ่านถึงจะเห็น ครั้งแรกงงๆนิดนึง แต่ก็ดีกว่าให้คนขับเดินมารับไปที่รถเหมือนแต่ก่อน
193
สุวรรณภูมิมีตู้กดน้ำ ที่ปุ่มเป็นภาษาจีน แล้วก็มีป้ายบอกวิธีกดอีกที (ภาษาไทยเล็กมาก) ฝรั่งลอง, เราลอง ยังไงน้ำก็ไม่ออก สองตู้ติดกันเลย มองหน้ากันละก็ยอมไปใช้อัน refill ที่ติดผนังเหมือนเดิม งงว่าทำไมยังให้หน้าจอเป็นภาษาจีนล้วนแบบนั้น
1
152